ทีนี้มาดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกันหน่อย ที่เห็นเป็นกฎหมายโดยตรงเลยคือ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 ข้อ 16 (3) มีหลักว่า ในการเลี้ยงสุนัข เจ้าของสุนัขต้องควบคุมดูแลสุนัขมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เป็นต้น เป็นบทบัญญัติที่ชัดเจนมาก อันนี้ใช้เฉพาะ กทม ส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ต้องดูเป็นกรณีไป
ส่วนโทษของข้อบัญญัติดังกล่าว มีกำหนดไว้ใน พรบ การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 73 วรรคสอง ระบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดของท้องถิ่น ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางทาปรับไม่เกิน 5,000 บาทกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกอันนึงคือ มาตรา 397 แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่เราคุ้นเคยกัน ระบุว่า ผู้ใดกระทําด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทําให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรําคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท ซึ่งในเรื่องของเจตนานั้น อาจอ้างได้ว่า การเอาหมามาเลี้ยงย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า จะต้องเกิดการเห่าหอนเสียงดัง เดือนร้อนรำคาญข้างบ้านได้นอกจากนั้น การที่เลี้ยงสุนัขแล้วเห่าเสียงดัง อาจถือได้ว่าเป็นการสร้างความรำคาญต่อคนจำนวนมาก (ต่อหน้าธารกำนัล) ซี่งมีโทษสูงสุดจำคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาทเพื่อนบ้านสามารถไปฟ้องศาลได้ ตามแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 8309/2548 เป็นคดีที่ชาวบ้านฟ้องโรงงานที่เสียงดังพ่นสีส่งกลิ่นเหม็นทำให้เดือดร้อน ศาลตัดสินให้โรงงานชำระเงินค่าเสียหายให้ผู้ฟ้อง และห้ามโรงงานกระทำการใดๆ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงดังและพ่นสีส่งกลิ่นเหม็นอีกสำหรับคนรักสัตว์ ก็คงต้องมีหน้าที่ดูแลสัตว์ที่เลี้ยงไว้ ไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนแก่คนอื่นซึ่งสามารถพบสัตวแพทย์ได้ เรื่องพวกนี้ ไม่ต้องรอตำรวจมาจับ แต่ถ้าคุณรู้แล้ว ก็ไม่ควรทำผิดกฎหมายต่อไป
ทนายรัชพล ศิริสาคร
ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
เพจ สายตรงกฎหมาย ยึดมั่นความยุติธรรม