(13 กรกฎาคม 2563) การประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ที่มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระหารือถึงประเด็นความพยายามเปลี่ยนตัวพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และเพิ่มกมธ.ให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก
โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สัดส่วนของกมธ. ซึ่งหลักการต้องเป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมือง และเห็นว่าการใช้เสียงข้างมากเพื่อเลือกประธาน จะกลายเป็นปัญหา ปัจจุบันจึงมีการตกลงสัดส่วนของตำแหน่งประธาน กมธ.ตาม โควต้าพรรคการเมืองในขณะนั้น และเป็นโควต้าของพรรคเสรีรวมไทยได้ตำแหน่งประธาน
ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าว จึงมีการยึดถือตามหลักการและประเพณีมาโดยตลอด เช่นเดียวกับการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และเชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดหากทุกคนยึดถือหลักการดังกล่าวเหมือนที่เคยปฏิบัติมา ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เข้มแข็งยึดถือข้อปฏิบัติ และเห็นว่าไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติในการปลดประธาน กมธ. เพราะหากรัฐบาลเห็นว่าไม่พอใจในประเด็นใด ก็สามารถยื่นเรื่องเข้าไป เพื่อขอปลดคนต่างๆได้ ตามความต้องการหรือไม่
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชชยชัยที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวด้วยว่า เห็นความพยายามดังกล่าวเป็นการปิดปากฝ่ายค้าน และมองว่าความกังวลในการใช้จ่ายงบประมาณจะมีการแสวงหาประโยชน์เพื่อกลุ่มและพวกพ้อง จึงตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ จะหนีการตรวจสอบ เข้ามาครอบงำการทำงานหรือไม่ พร้อมสนับสนุนให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรไตร่ตรองให้รอบคอบ ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดประเพณีการปกครองหรือไม่ จึงต้องช่วยกันทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องสาธารณะ และร่วมกันตรวจสอบในสภาฯ
ด้านนายพนัส ทัศนียานนท์ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตั้งบุคคลของพรรคพลังประชารัฐ เพิ่มมาเป็น 5 คน เห็นว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุมที่ 93 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐมากกว่าพรรคเพื่อไทยที่มีอยู่ 4 คน