(13 กรกฎาคม 2563) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมากล่าวหาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คง พ.ร.ก. ฉุกเฉินแต่ทำงานเหมือนไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินและยังจี้ให้เร่งออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจว่า นายอนุสรณ์น่าตกข่าว ไม่สนใจทำการบ้าน ศึกษาหาข้อมูลก่อนวิจารณ์ จึงไม่ทราบว่านายกฯได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีรูปแบบการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับศูนย์การบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ขึ้นโดยจะมีนายกฯเป็นประธาน ซึ่งความรวดเร็วฉับไว ทันสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านายกฯให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างฉุกเฉิน เร่งด่วน จึงต้องการให้ศูนย์นี้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว ด้วยความเป็นเอกภาพและบูรณาการเช่นเดียวกับ ศบค.นอกจากนี้ที่ผ่านมา รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" ซึ่งถือเป็นยาแรงในการช่วยเศรษฐกิจฐานรากแล้ว และยังมีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ผู้ประกอบการและแรงงานในระบบ รวมถึงมาตรการการช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า พักการชำระหนี้ต่างๆ ในช่วงที่มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัดต่อมาเมื่อมีการผ่อนคลาย รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับสภาพการแพร่ระบาดของโควิดด้วย อาทิเช่น มาตรการ "เราเที่ยวด้วยกัน" เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุดจากการท่องเที่ยวภายในระเทศ, มาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) โดยค้ำประกันปล่อยกู้วงเงินรวม 4.5 หมื่นล้านบาทและปรับเงื่อนไขกองทุน 5 หมื่นล้านเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้เสียของ SMEs ด้วย ทั้งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ก็ลงพื้นที่นำข้อมูลปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน นำเสนอสู่พรรคเพื่อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งทุกอย่างยึดโยงกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งสิ้น