เนชั่นทีวี

ข่าว

"ก้าวไกล" อัดรบ.งบ 64 ไม่ตอบสนองวิกฤต

11 ก.ค. 2563 | thanita_boo

"ก้าวไกล" อัดรบ.งบ 64 ไม่ตอบสนองวิกฤต

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ชี้ร่างพ.ร.บ.งบ 64 ไม่ตอบสนองวิกฤต ห่วงปัญหาความเหลื่อมล้ำ-ความยากลำบากของประชาชน ลั่นพร้อมทำหน้าที่เต็มที่เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไข

(12 กรกฎาคม 2563) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดงานเสวนาอนาคตสวัสดิการไทย ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมาโดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาที่ตนมีความกังวลเป็นพิเศษในสถานการณ์นี้ คือ ความเหลื่อมล้ำและความยากลำบากของประชาชนที่ตนได้พบเจอมาในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาระหว่างการลงพบปะประชาชนหลายพื้นที่
นายพิธา กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมอีกครั้ง ตนมีความคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการที่เห็นหัวประชาชนออกมาบ้าง แต่ในกรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่ตนได้เห็น ไม่ได้สะท้อนถึงมาตรการที่จะนำไปสู่การมุ่งแก้ปัญหาเหล่านี้เลย
เช่นงบประมาณของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นในวันที่คนกำลังตกงานจำนวนมหาศาล งบประมาณหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นในวันที่คนหลุดจากระบบประกันสังคมเป็นจำนวนนับแสนคน งบประมาณสวัสดิการสำหรับเด็กอายุ 0-6 ขวบก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ราวกับว่าประเทศไทยไม่ได้ผ่านวิกฤตโควิด-19 มาเลย

"ก้าวไกล" อัดรบ.งบ 64 ไม่ตอบสนองวิกฤต

"หากไปดูงบประมาณด้านสวัสดิการตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะพบได้ว่าข้าราชการ 2 ล้านคน ได้สวัสดิการ 4 แสนล้านบาท ประชาชน 66 ล้านคน ได้ 2 แสนล้านบาท มากกว่าคนไทยทั้งประเทศสองเท่า สิ่งเหล่านี้เป็นช่องว่างทางสังคมที่หนักมาก วิกฤติโควิด-19 เป็นเหมือนมหาพายุที่ไปเปิดสิ่งที่อยู่ใต้พรมเป็นเวลานานให้เปิดเผยออกมา และการจัดทำงบประมาณของประเทศเราก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้เลย" นายพิธา กล่าว
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังเป็นแค่ร่างงบประมาณในรอบแรก รัฐบาลต้องกลับไปใช้เวลา 2-3 เดือนในการแก้ไข หวังว่าจะเกิดการแก้ไขให้ตอบโจทย์แรงงานนอกระบบที่เป็นกลุ่มเปราะบางนี้ และ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลก็จะทำงานอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้เกิดการแก้ไข ให้งบประมาณนี้สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นงบประมาณที่เห็นหัวประชาชน ใช้สร้างงานสำหรับคนที่จะตกงานอีก 8 ล้านคน ให้เป็นงบประมาณสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยและที่กำลังจะจบต้องออกมาทำงาน

นายพิธา กล่าวต่อว่า ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นน้องอายุ 2 ขวบ จนถึงคุณป้าอายุ 86 ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องไปพูดในสภา ไปจี้ในกรรมาธิการ ให้รัฐราชการไทยตื่นได้แล้ว ให้ตอบสนองความเจ็บปวด ความท้าทาย ทำให้ประชาชนกับมามีความหวังอีกครั้ง คนที่ตกงาน 8 ล้านคนต้องมีงานทำ น้องๆที่กำลังจะจบออกมาอีก 5 แสนคนต้องมีงานทำ คนที่เป็นผู้สูงอายุจะต้องได้เบี้ยบำนาญที่อย่างน้อยจะต้องดีเท่ากับข้าราชการ ไม่ใช่ให้ข้าราชการ 2 ล้านคนมาทำนาบนหลังผู้สูงอายุในประเทศไทยที่ได้ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและช่วยพัฒนาแผ่นดินมา
"นี่แค่เรื่องในระยะสั้นที่พวกเราเห็น ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคงของคนทั้งประเทศ ถ้าพวกท่านมั่นคงคนที่เหลือก็จะมั่นคง เพราะนี่คือความมั่นคงทางสาธารณสุข คนหนึ่งป่วย ต่อให้เขาจะยากจนแค่ไหนก็มีโอกาสมาถึงคนชนชั้นกลาง-ชนชั้นบน เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาเปลี่ยนประเทศไทย เปลี่ยนวิธีคิด เราต้องกลับหัวคิดเพื่อที่จะพิชิตโควิดและความท้าทายทางเศรษฐกิจต่อไป" หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุ

ข่าวล่าสุด