นายวิจักขณ์ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า กสอ. โดยกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในระดับส่วนกลาง ระดับชุมชน และระดับอำเภอ จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหลักสูตร "การสร้างนักธุรกิจเกษตรเบื้องต้น" ภายใต้แนวคิดของการส่งเสริมแบบ "ปรับตัวให้ถูกทางอย่างยั่งยืน" การขับเคลื่อนการพัฒนาในมิติเชิงพื้นที่ (Area-based Development Policy) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีแก่ผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม สร้างแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และแนวทางการพัฒนาห้วยยายจิ๋วสู่ความยั่งยืน ตลอดจนยกระดับจากวิถีการทำเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า "ผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมรายใหม่" (NEC Local Economy) ที่มีกระบวนการคิด วางแผนในรูปแบบใหม่ รวมถึงเน้นให้เกิดการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร เพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงทางการตลาดแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาอาชีพจากเกษตรกร
ทั้งนี้ ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในชุมชนห้วยยายจิ๋วกว่า 7.7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.87 เท่า ผ่านการเกิดผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมรายใหม่ จำนวน 20 ราย โดยกว่าร้อยละ 50 ของผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมรายใหม่ มีรายได้เพิ่มขึ้น 200,000 บาทต่อปี และกว่าร้อยละ 20 ของผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมรายใหม่ มีการลงทุนเพิ่มขึ้น 50,000 บาท หรือ 200,000 บาท เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม จำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไก่อบโอ่ง แจ่วมะเขือเทศ พริกผัดเอนกประสงค์ ข้าวเกรียบกลอย น้ำมันกลอย มะเขือเทศหยี และมะเขือเทศบัดดี้ ที่สามารถสร้างรายได้จากการจัดจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 4,141,720 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังเกิดการรวมกลุ่มในพื้นที่ถึง 5 เครือข่าย
นอกจากนี้ กสอ. ยังผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ชุมชนและภูมิปัญญากับการท่องเที่ยวผ่านโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village) หรือ CIV ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ประยุกต์ใช้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญา ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบคนท้องถิ่น พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตภายในชุมชน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนกลับไป อันจะก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจบนแนวคิดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ลดการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชุมชนสู่เมือง ตลอดจนเป็นการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หมุนเวียนภายในชุมชน นายวิจักขณ์ กล่าวทิ้งท้าย