เนชั่นทีวี

ข่าว

"พล.อ.นิพัทธ์" ร้องผู้ตรวจการฯปมถูกตีตกสรรหา กสม.

11 ก.ค. 2563 | pakorn_pue

"พล.อ.นิพัทธ์" ร้องผู้ตรวจการฯปมถูกตีตกสรรหา กสม.

ปัญหาการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระยังไม่จบ หลังจากเกิดความลักลั่น-สองมาตรฐาน ระหว่างการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. กับกรรมการ กสม. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ล่าสุด พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ชื่อถูกตีตกจากกระบวนการสรรหากรรมการ กสม. ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน หวังส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความให้เป็นบรรทัดฐาน

กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ทั้งกฎหมาย ป.ป.ช. (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ) และ กฎหมาย กสม. (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฯ) เขียนเอาไว้เหมือนกันเกี่ยวกับ "ลักษณะต้องห้าม" ของการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ กสม. คือต้องไม่เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา

แต่ปรากฏว่าในการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการสรรหาฯกลับลงมติให้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี ซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปี 59-62 ผ่านคุณสมบัติ โดยให้เหตุผลว่า สนช. หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นคนละตำแหน่งกับ ส.ส. หรือ ส.ว. แต่ในการสรรหากรรมการ กสม. คณะกรรมการสรรหาฯกลับตีตกชื่อของ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเคยเป็น สนช.ระหว่างปี 57-62 โดยอ้างว่าเคยเป็น สนช. ซึ่งทำหน้าที่แบบเดียวกับ ส.ส. หรือ ส.ว. และพ้นจากตำแหน่งยังไม่ถึง 10 ปี




เรื่องนี้ไปไกลถึงขนาดที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ต้องร่อนหนังสือชี้แจงว่าประธานวุฒิสภาไม่มีอำนาจตามกฎหมายใดที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งผ่านคณะกรรมการสรรหา และผ่านการลงมติรับรองของวุฒิสภาแล้วได้ และยังไม่พบว่ามีช่องทางส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย



ล่าสุด ทางฝั่ง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ไปยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป



พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดตำแหน่ง หรือมีความต้องการใดๆ เพียงแต่เห็นว่าเรื่องนี้ต้องมีบรรทัดฐานที่ชัดเจน และเมื่อตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วพบว่าการยื่นเรื่องผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมีช่องทางส่งต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ จึงได้ดำเนินการ และหวังว่าสุดท้ายจะมีมาตรฐานที่ชัดเจนในเรื่องนี้ต่อไป ไม่ต้องถกเถียงกันให้วุ่นวายอีก



สำหรับอำนาจหน้าที่ของ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ในเรื่องนี้ บัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 230 และ 231 กล่าวคือมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอํานาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งหากเป็นกรณีที่เกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่องพร้อมวามเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า

ข่าวล่าสุด