เนชั่นทีวี

ข่าว

"จตุพร"มอง"ลุงตู่"เจองานหินหามือดีแก้ปากท้อง

10 ก.ค. 2563 | chairat_pat

"จตุพร"มอง"ลุงตู่"เจองานหินหามือดีแก้ปากท้อง

"ประธาน นปช." วิเคราะห์บ้านเมืองหลังทีมสี่กุมารยกพลออกพลังประชารัฐ นับว่าโชคดี เพราะไม่ต้องรับเผือกงาน แต่งานลำบากตกนายกฯ เพราะหามือดีแก้ปากท้องยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ย้ำทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันพาชาติให้อยู่รอด

(10 กรกฎาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ผ่านเพจ PEACETALK ในหัวข้อการเมืองเรื่องร้อน-ร้อน โดยย้ำให้ทุกฝ่ายลดละความเกลียดชัง แล้วหลอมรวมความคิดนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสไปให้พ้น
นายจตุพร ยังกล่าวถึง กลุ่มสี่กุมารภายใต้การนำของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงลาออกจากพรรค พลังประชารัฐอย่างเป็นทางการนั้น ซึ่งในทางการเมืองมีโอกาสจะถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีค่อยข้างสูง แต่ถือว่าโชคดีเนื่องจากทุกฝ่ายต่างรู้ดี ว่าประเทศไทยกำลังเดินไปสู่กับดักทางเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้ายังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ยิ่งทำให้ประเทศพังในมืออยู่ดี ดังนั้น หากมองในแง่ดี เอาหลักธรรมมายึดถือแล้ว จึงเข้าใจว่าตัวเองโชคดีที่สุด ที่คนอื่นจะมารับไม้แทน
อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองนั้น คำว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรย่อมเป็นสัจธรรม สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น เป็นเรื่องที่ยาก โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีความทุกข์มากที่สุด เพราะปรับอย่างไรจะได้ทั้งรักและชัง คู่กันเสมอ และต้องแบกรับไว้ หนีไปไม่พ้น

"จตุพร"มอง"ลุงตู่"เจองานหินหามือดีแก้ปากท้อง

ส่วนการที่พล.อ.ประยุทธ์ เดินสายพูดคุยกับสื่อสำนักต่างๆนั้น ถือเป็นเรื่องดี เพราะสื่อรู้ว่าประชาชนอยู่ในสถานการณ์ไหน อีกทั้ง มีข้อเสนอแนะควรทำอย่างไรในสถานการณ์ไหน รวมถึงสื่อได้รับผลกระทบหนักหน่วงทางเศรษฐกิจเช่นกัน โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งหนักกว่าเพื่อน ดังนั้น การสะท้อนจากสื่อ นายกฯจะได้ข้อมูลมากมาย
ส่วนเรื่องทีมเศรษฐกิจใหม่ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาของประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ปัญหา และสภาพคนไทยในขณะนี้หนีไม่พ้นต้องเอาใจเป็นนาย ให้กายเป็นบ่าว เพราะถ้าใจไม่เข้มแข็งพอ ยากที่จะรอดในสถานการณ์สภาพบ้านเมืองเดินไปหาวิกฤตสาหัส และหลักคิดที่ประเทศไทยต้องรอดนั้น ควรเป็นกระแสของสังคมสะท้อน แสดงพลังความร่วมมือกันออกมา
นอกจากนี้ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการประชุมสภาฯ ต้องเป็นหน้าที่หลักของ ส.ส.รัฐบาล ส่วนฝ่ายค้านมีเสียงข้างน้อย สิ่งสำคัญการไม่ร่วมประชุมสภาฯ จึงเป็นทีเด็ดเดียวหรืออาวุธทางการเมือง และจะนำมาใช้ช่วงรัฐบาลไม่ระวังตัว หรือการ์ดตกเมื่อไร องค์ประชุมสภาฯก็ล่มเมื่อนั้น
"สิ่งสำคัญปัญหาของชาติไม่ได้อยู่ที่จำนวนเสียงในสภาฯ รัฐบาลในอดีตแม้มีเสียงข้างมาก ยังไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้ ดังนั้น ถ้าเข้าใจว่า มีเสียงข้างมากแล้วจะอยู่ได้สบาย จึงเป็นสิ่งที่ผิด เนื่องจากปัจจัยที่อยู่ได้ คือ มีความสามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้หรือไม่ดังนั้น การปรับ ครม. โดยหวังจะได้คนเก่งมาเป็นทีมเศรษฐกิจใหม่ ให้เข้ามาร่วมเป็นจุดเปลี่ยนของสถานกาณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยขณะนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นภายในชาติ ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร" นายจตุพร กล่าว

นอกจากนี้ ถ้ามีคนเก่งจริง ย่อมมองเห็นปัญหา ว่าแก้ไขได้หรือไม่ เพราะสถานการณ์ขณะนี้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เป็นเรื่องใหญ่หนักหนาสาหัส กว่าวิกฤตที่ประเทศเคยผจญมา ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศพังย่อยยับ ความหวังอยู่ที่การท่องเที่ยว ดึงต่างประเทศมาฟื้นก็แทบปิดประตู
ส่วนการกระตุ้นให้คนในประเทศเที่ยว แต่กำลังรายได้มีไม่เพียงพอ ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนจึงจำเป็น และสิ่งสำคัญต้องคิดไม่เหมือนเดิม รวมทั้งคนในชาติต้องให้ความร่วมมือ ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายความสามารถด้วยเหตุนี้ ถ้าปรับ ครม. คนเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจใหม่ จึงเป็นเรื่องหนักที่สุด และไม่เชื่อว่าทีมเศรษฐกิจเก่าจะพารอด แต่โชคดีที่ไม่ต้องรับปัญหามาใส่มือ ซึ่งการเอาคนที่มีศักยภาพมาแก้ปัญหาประเทศจึงยากสาหัสเช่นกัน
"ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน พร้อมทั้งคนมีอำนาจเปิดกว้าง ระดมความคิดจะพาชาติพ้นวิกฤตได้อย่างไร แต่หากยังเอาแต่ฝ่ายเรา ไม่ฟังฝ่ายเขาแล้ว จะนำไปสู่การสิ้นชาติได้ง่ายๆ วันนี้คนไทยจะอยู่ด้วยความเกลียดชังกันอีกไม่ได้ เพราะประเทศอยู่ในสภาพที่ไปไม่ไหว จึงต้องร่วมมือกันการหลอมรวมของคนในชาติเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้ายังปลุกความเกลียดชัง ในขณะที่ชาติกำลังย่อยยับอับจนแล้ว จะไม่มีชาติเหลืออีก แต่ที่สำคัญชาติต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว เพราะชาติเป็นเรื่องใหญ่ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันได้" นายจตุพร ระบุ

ข่าวล่าสุด