"สิระ" ควง "โรม" ล่องใต้ทวงป่าจากนายทุน-ขรก.ทุจริต
10 ก.ค. 2563 | thongthai_raw

"สิระ" นำคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต-พังงา ทวงคืนผืนป่าจากนายทุน แล้ข้าราชการทุจริต พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน
ข่าว
10 ก.ค. 2563 | thongthai_raw

"สิระ" นำคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต-พังงา ทวงคืนผืนป่าจากนายทุน แล้ข้าราชการทุจริต พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน
(10 กรกฎาคม 2563) นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 วันนี้ ตนเเละนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และโฆษก กมธ. ได้ลงพื้นที่ จ.เก็ต และพังงา เพื่อหาข้อมูลกรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการถูกบุกรุกที่ดินทำกิน โดยการข่มขู่คุกคามจากบริษัทเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา รวมถึงตรวจเยี่ยมหน่วยงานราชการ และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าในพื้นที่จ.ภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (10ก.ค.) ตนยังรับร้องเรียนความเดือดร้อนอื่นๆ เช่น เวลาการเปิด-ปิด สถานบริการที่ป่าตอง โดยมีการร่วมประชุมหารือแนวทางระหว่างคณะกรรมการฯ และนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่
นายสิระ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ผมได้รับหนังสือเรื่องความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ จ.ภูเก็ต กรณีการก่อสร้างอาคารโครงการห้องชุด เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ จ.ภูเก็ต ที่ ภก 0017.1/18941 ลงวันที่ 13 ธ.ค. 2562 เรื่องการรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ ของบริษัท กะตะบีช จำกัด ตั้งอยู่บนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ว่ามีการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
"บริเวณพื้นที่ป่าสมบูรณ์ยังคงได้รับผลกระทบจากโครงการ เนื่องจากตรวจสอบแล้วว่าการดำเนินการของโครงการ ไม่ได้หยุดการก่อสร้างตามคำสั่งฯ ของหน่วยงานราชการ ยังมีการแอบลักลอบก่อสร้างต่อเติมเรื่อยมา ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำป่าทะลัก ดินโคลนไหลหลาก อีกทั้ง โครงการอยู่พื้นที่ลาดเชิงเขา ประชาชนบริเวณหน้าชายหาด ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ เเละหนังสือ ที่ ยธ 0809.3/510 กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า ศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 266/2560 ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ดังกล่าว เนื่องจากคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินที่ให้ยกเลิกคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) และดำเนินการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด" นายสิระ กล่าว
ทั้งนี้ ที่กังวลในปัจจุบัน คือ สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติบริเวณโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมได้ถูกทำลาย และระบบนิเวศ ทางเดินทางน้ำต่างๆ ไม่เป็นดังเดิม ซึ่งเดิมเมื่อฝนตกต้นไม้ปกคลุมดินบนหน้าผาจะซึมซับน้ำเอาไว้ ลดความรุนแรงของการเคลื่อนไหลของน้ำที่จะไหลหลากด้วยความเร็วก่อนจะลงมายังหน้าหาด หรือ ถนนทางเดินสาธารณะ และจากลงพื้นที่พบหลังก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมดังกล่าว ได้เกิดร่องรอยของดินโคลนถล่ม น้ำไหลหลาก โคลนจากภูเขา เศษหิน และยังมีเศษอิฐบางส่วนจากงานก่อสร้างถูกนำพาลงมากับน้ำที่บริเวณหน้าชายหาด ซึ่งกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในระยะยาวได้
นอกจากนี้ ที่ดินของโครงการตั้งอยู่ในเขตภูเขา มีความลาดชันเฉลี่ยเกิน 35% และมีบางส่วนอยู่นอกเขตภูเขา มีความลาดชันเฉลี่ยไม่เกิน 35% ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต จึงเป็นการออกในพื้นที่ที่ต้องห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตามข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2497)
นายสิระ กล่าวย้ำว่า ในเมื่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เทศบาลตำบลกะรน มีหน้าที่ต้องระงับการก่อสร้างอาคาร หรือชะลอการต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคารในที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ก่อน แต่เทศบาลตำบลกะรนไม่ระงับการก่อสร้าง รวมถึงพิจารณาต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยวางหลักประกันจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งกรณีดังกล่าวกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารไม่ได้บัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการได้
"การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกะรน มีคำสั่งต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการทุจริตกลุ่มดังกล่าวต่อไป" นายสิระ กล่าว
นายสิระ กล่าวต่อว่า นายรังสิมันต์ทำงานในสภาฯ เเละทำงานเป็นโฆษก กมธ. คณะเดียวกับตน รวมทั้งนายรังสิมันต์ยังเป็นลูกหลานชาวภูเก็ต ดังนั้น การลงพื้นที่คราวนี้ร่วมกับตน เเม้จะอยู่กันคนละฝ่าย เเต่ถือว่าร่วมกันทำหน้าที่ ส.ส.ในการดูเเลประชาชน ไม่มีการเเบ่งฝ่าย ว่าเป็นส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลไปช่วยกันวางเเผนเเก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในมุมมองของตนนั้น พบว่าการรุกทรัพยากร ากตรวจสอบจริงจะพบว่ามีผู้ประกอบการทำผิดกฎหมายค่อนข้างมาก ซึ่งข้าราชการท้องถิ่นเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในการกระทำดังกล่าว ทั้งนี้ กมธ. จะตรวจสอบ เเละดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังในทุกกรณีต่อไป