เนชั่นทีวี

ข่าว

คดีเมียสารวัตร งาบเงินต่างด้าว อีก 7 วันรู้ชะตากรรม

10 ก.ค. 2563 | sitthichai_nak

คดีเมียสารวัตร งาบเงินต่างด้าว อีก 7 วันรู้ชะตากรรม

กรรมการสอบคำร้องเรียนของ แรงงานเมียนมา กัมพูชา ถูก "สารวัตร - ภรรยา" ฉ้อโกงเงินจ้าง 2 ล้าน สำหรับต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว เบื้องต้น ส่งคืนหนังสือเดินทาง ยังมีเวลาผ่อนผันต่อใบอนุญาต ส่วนภรรยารับจ้างจริงแต่ประเด็นเชิดเงินอีก 7 วันชัดเจน เตรียมเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ชี้คดียอมความได้ จ่อตั้งกรรมการสอบวินัยซ้ำ

จากกรณีที่แรงงานสัญชาติเมียนมาและกัมพูชากว่า 10 คน เข้าร้องทุกข์ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล  เพื่อขอให้ตรวจสอบดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสารวัตร สังกัด สถานีตำรวจนครบาล(สน.)พระโขนง และภรรยา ฐานร่วมกันฉ้อโกง หลังจากที่อ้างว่า สูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับนายตำรวจและภรรยาคู่นี้เพื่อให้ไปดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงานให้กับกลุ่มผู้เสียหาย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ดำเนินการ 

คดีเมียสารวัตร งาบเงินต่างด้าว อีก 7 วันรู้ชะตากรรม



พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) กล่าวว่า จากการตรวจสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า ภรรยาของนายตำรวจรายนี้ มีอาชีพรับจ้างต่อใบอนุญาตทำงานจริง ซึ่งไม่ใช่อาชีพผิดกฎหมาย ส่วนจะมีเจตนาฉ้อโกงผู้เสียหายหรือไม่ ต้องรอผลการรวบรวมพยายหลักฐานมาพิจารณา ซึ่งได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ใน 7 วัน ส่วนตำรวจยศสารวัตร ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เบื้องต้น อ้างว่าเพียงไปส่งภรรยาเท่านั้น ก็ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไปว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง 

ส่วนแรงงานต่างสัญชาติที่ตกเป็นผู้เสียหาย และกำลังได้รับความเดือดร้อนจากการไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต ได้ให้ความช่วยเหลือเบืองต้น โดยประสานให้นำหนังสือเดินทางส่งมอบคืนทั้งหมดแล้ว ส่วนเรื่องข้อกังวลเรื่องการต่อใบอนุญาตทำงานในไทย ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงผ่อนผันและขยายระยะเวลาต่อใบอนุญาต ซึ่งยังสามารถไปยื่นดำเนินการได้ถึงภายในสิ้นเดือนนี้
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแรงงานต่างสัญชาติ ในฐานะผู้กล่าวหาครบทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมนัดหมายให้นายตำรวจและภรรยาที่ถูกกล่าวหา ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดที่สามารถยอมความได้ ส่วนการชดใช้เงินคืนให้ผู้เสียหายพบว่า ยังเหลืออีกประมาณ 1 แสนบาท

ข่าวล่าสุด