เนชั่นทีวี

ข่าว

จับสาวมหาภัย ตุ๋นเหยื่อแชร์ลูกปัด

09 ก.ค. 2563 | jiradej

จับสาวมหาภัย ตุ๋นเหยื่อแชร์ลูกปัด

ตำรวจกองปราบ บุกรวบสาววัย39 หนีหมายจับศาล 4 คดี ข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันทุจริต หลอกลวง และนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์" ร่วมกับท้าวแชร์ที่เป็นน้องสาว หลอกเหยื่อร่วมลงทุนลูกปัดสีทางเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดเงินหลบหนี

กองปราบ - พ.ต.ท.เอนก บุญตา สารวัตรกองกำกับการ3 กองบังคับการตำรวจปราบปราม (สว.กก.3 บก.ป.) พร้อมชุดปฏิบัติการ 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.จารุดา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังต้องการตัว รวม 4 หมาย ดังนี้1. หมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ.112/๒๕63 ลง 8 เม.ย.63 ซึ่งต้องหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์" , 2. หมายจับศาลแขวงเวียงป่าเป้า ที่ จ.15/2563 ลง 28 เม.ย.63 ซึ่งต้องหาว่า "ฉ้อโกง"



จับสาวมหาภัย ตุ๋นเหยื่อแชร์ลูกปัด

  3. หมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 110/2563 ลง 13 มี.ค.63 ซึ่งต้องหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยการโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปหรือโดยการแพร่ข่าวด้วยวิธีใด"
4. หมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 210/2563 ลง 12 พ.ค.63 ซึ่งต้องหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยการโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปหรือโดยการแพร่ข่าวด้วยวิธีใด"

พฤติการณ์กล่าวคือ เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ น.ส.จารุดาฯ (ผู้ต้องหา) ที่ได้ร่วมกับน้องสาว ซึ่งเป็นท้าวแชร์หลอกลวงผู้เสียหายผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยใช้เพจที่มีชื่อว่า Two Hand Shop หลอกให้ผู้เสียหายลงทุนลูกปัดสี คัดแยกลาย คัดแยกสีลูกปัด โดยให้ลงทุนค่าอุปกรณ์ 800 บาท หากทำเสร็จจะคืนเงินค่าอุปกรณ์ให้ และจะจ่ายค่าแรงหรือกำไรให้อีก 300 บาท และยังมีการเชิญชวนให้ลงทุนนับแยกสีห่วง โดยให้ลงทุนค่าอุปกรณ์ 1,000 บาท โดยจะได้ค่าแรงรอบละ 650 บาท ซึ่งทางผู้ต้องหามีการส่งเอกสารทะเบียนพาณิชย์มาให้ผู้เสียหายดู จึงทำให้ผู้เสียหายมั่นใจ และหลงเชื่อลงทุน ซึ่งในช่วงแรกผู้ต้องหาได้จ่ายค่าตอบแทนจริงตามที่ได้โฆษณาไว้ แต่เมื่อลงทุนเพิ่มอีกครั้งต่อไป ผู้ต้องหากลับจ่ายค่าแรงไม่ตรงตามที่ตกลง และจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกจำนวนกว่าร้อยราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
จนกระทั่งวันที่ 8 ก.ค.63 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า น.ส.จารุดาฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 13 ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อพบ น.ส.จารุดาฯ จึงได้เข้าจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ จว.ศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ลิงค์ที่เคยเป็นข่าว http://addnewsphitsanulok.com/add2019/?p=8661
ทั้งนี้ ทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนพึงระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ ที่หลอกให้ลงทุนตาม Social Media ต่างๆ ซึ่งมักจะมีกลโกงแอบแฝงอยู่ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ

ข่าวล่าสุด