แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 10 ก.ค. 63)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัว โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจของ 2 ประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐฯ และจีนปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากข่าวดีเรื่องการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
1.ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังหลายประเทศทั่วโลกเริ่มคลายมาตรการปิดเมือง และรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานมากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
2.ตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐฯ และจีนมิทิศทางดีขึ้น โดยผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยตัวเลขดัชนีกิจกรรมการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย. 63 ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 52.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ตามสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความต้องการใช้น้ำมันที่เริ่มฟื้นตัว
3.จีนเผยกำไรจากภาคอุตสาหกรรมในเดือน พ.ค. 63 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 8.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
4.ความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ส่งผลหนุนตลาดน้ำมัน หลังบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ (Pfizer Inc.) ผู้ผลิตยารายใหญ่ในสหรัฐฯ ร่วมมือกับบริษัทไบออนเทค (BioNTech) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากเยอรมนี ได้เปิดเผยผลการทดลองของการพัฒนาวัคซีนในอาสาสมัครและได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจต้องมีมาตรการปิดเมืองอีกรอบ
5.ตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสอง หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนบางประเทศที่มีการกลับมาของไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ควรใช้มาตรการปิดเมือง เพื่อยับยั้งไม่ให้สถานการณ์บานปลาย โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 22 ประเทศตะวันออกกลางที่องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 63 มีจำนวนมากกว่า 1,070,000 คน และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 25,000 คน ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของภูมิภาคตะวันออกกลางในเดือน มิ.ย. เพียงเดือนเดียว มีมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อตลอด 4 เดือน ก่อนหน้านั้นรวมกัน