โดยก่อนหน้านี้กรมวิชาการเกษตรได้ปรับปรุงมะพร้าวพันธุ์เตี้ย สูงเพียง 10-12 เมตร สามารถใช้คนหรือเครื่องมือทางอุตสาหกรรมในการเก็บมะพร้าวได้ ทำให้ประเทศไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นส่วนที่น้อยมาก ส่วนเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้าน หากมีการใช้ลิงมาเก็บมะพร้อมก็ไม่สามารถห้ามได้ เพราะลิงถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กันกับชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต่างจากหมา แมว
ทั้งนี้มะพร้าวของไทยที่ส่งออกไปประเทศอังกฤษมีเพียง 8% เพราะส่วนใหญ่ส่งออกไปประเทศจีน แม้อังกฤษจะเป็นประเทศที่เราส่งออกน้อย แต่อาจส่งผลกระทบลุกลามไปประเทศอื่นๆ จึงต้องประชุมทำคำชี้แจงให้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของภาพที่มีการตัดต่อลงในสื่อในลักษณะที่มีลิงเขย่ากรง ซึ่งสื่อถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ตนมองว่าเป็นการนำเสนอที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งส่วนนี้ทางกระทรวงฯจะชี้แจง พร้อมเชิญสื่อต่างชาติลงไปดูในพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจ
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า กรณีห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศแบนกะทิและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว นั้นเกิดขึ้นจากการเรียกร้องของกลุ่มผู้บริโภค ไม่ได้เกิดจากแนวความคิดรัฐบาล ดังนั้นการที่จะเชิญสื่อต่างประเทศ หรือ เอกอัครราชทูต มาดูวิธีการเก็บมะพร้าวในไทยและชี้แจงว่าไม่ใช่การทรมานสัตว์ เป็นเพียงภูมิปัญญาชาวบ้านนั้น มั่นใจว่าไม่ใช่แนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่รัฐบาลควรหารือกับภาคเอกชน ที่ส่งออกมะพร้าวหรือกะทิ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับมะพร้าวได้ทุกกล่อง
ซึ่งเบื้องต้นการผลิตกะทิปัจจุบันใช้มะพร้าวจากการนำเข้า ส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย ซึ่งควรมีใบรับรองถิ่นกำเนิด และวิธีการเก็บเกี่ยวที่ชัดเจน กะทิที่มาจาการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องก็สามารถส่งออกได้ ส่วนกะทิที่มาจากการใช้ลิงเก็บก็ใช้บริโภคในประเทศไทย หากสามารถยืนยันได้ ในลักษณะนี้คาดว่าจะไม่มีปัญหา
"การแบนกะทิไทย ไม่กระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของไทย ที่ผ่านมา ผู้บริโภคสหภาพยุโรป หรืออียูเคยต่อต้านไข่ที่มาจากไก่ยืนกรง แต่ไม่กระทบกับไทยเพราะเราไม่ได้ส่งออก เรื่อลิง ภาคเอกชนก็เคยเตือนมาหลายครั้งแต่รัฐบาลไม่เชื่อ ต่อไป คาดว่าจะเป็นข้าวโพดที่รัฐบาลไทยยังไม่ได้วางมาตรการเด็ดกรณีการรุกพื้นที่ป่า"