เนชั่นทีวี

ข่าว

ตั้งงบ64ยังไม่ตอบโจทย์โดยเฉพาะเกษตรกร

07 ก.ค. 2563 | chairat_pat

ตั้งงบ64ยังไม่ตอบโจทย์โดยเฉพาะเกษตรกร

"รองหัวหน้าประชาธิปัตย์" มองงบ64 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท ยังตอบโจทย์ไม่ตรงปัญหาของประชาชน พร้อมชี้สาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ย้ำทำให้ถูกจุดต้องแก้กฎหมายและระเบียบ เพื่อสอดรับอย่างบูรณาการ

(7 กรกฎาคม 2563) ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 จำนวน 3.3 ล้านบาท โดยเฉพาะเพื่อแก้ไขความเดือดร้อน ยังไม่ตรงกับปัญหาและความต้องการของประชาชน
ทั้งนี้ มาจากสาเหตุ 3 ประการ คือ1.ประชาชนและข้าราชการมองปัญหาเดียวกัน แตกต่างกัน และมองเห็นความสำคัญเร่งด่วนต่อปัญหาไปกันคนละทิศทาง ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า แนวทางการวางงบประมาณต่อปัญหา ไม่ตรงกับความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้ต้องทำการแก้ไขงบประมาณรายจ่ายประจำปีรองหัวหน้าพรรค กล่าวยกตัวอย่าง คือ กรมส่งเสริมการเกษตร เห็นว่าความยากจนของเกษตรกรมีสาเหตุหลักมาจาก ความไม่รู้ของเกษตรกรในเรื่องการทำเกษตร จึงทำให้เกษตรกรปลูกพืชที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ดังนั้น แนวทางการแก้ไขจึงควรเป็นการจัดการฝึกอบรมด้านการตลาดให้กับเกษตรกรเพื่อจะได้รู้เท่าทันตลาด
ศ.ดร.กนก กล่าวต่อว่า ในขณะที่เกษตรกรกลับมองว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดความยากจน คือ น้ำที่ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี สิ่งที่เกษตรกรต้องการมากกว่าความรู้ที่ส่วนราชการจัดอบรมให้ ซึ่งการมีน้ำเพื่อการทำเกษตรได้ตลอดทั้งปี การมองเห็นปัญหาต่างกันระหว่างเกษตรกรกับส่วนราชการต่างๆ ทำให้การจัดสรรงบประมาณไปแก้ไขไม่ตรงกัน และผลที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาที่ตั้งใจจะแก้ไข ไม่ได้รับการแก้ไข และประชาชนต้องแบกรับปัญหานั้นต่อไป

2.ปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ของประเทศมีความแตกต่างกัน ดังนั้น วิธีการแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถใช้เหมือนกันทั้งประเทศได้ เนื่องจากปัญหาความยากจนสามารถแก้ไขได้ ด้วยการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ทว่า ประชาชนในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด หรือแต่ละภาค อาจมีบริบท รวมถึงเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนั้น วิธีการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการสร้างรายได้จึงอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และแต่ละจังหวัด
"ผมยกตัวอย่าง ในพื้นที่ A อาจสร้างรายได้ด้วยการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตร ส่วนในพื้นที่ B อาจสร้างรายได้ด้วยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด นั่นหมายความว่า การประยุกต์วิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและเงื่อนไขของพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น คำถามที่เกิดขึ้นต่อมา คือ ข้าราชการในพื้นที่ที่จะสามารถประยุกต์วิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามเงื่อนไขและบริบทของพื้นที่นั้น เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน พวกเขาเหล่านั้นมีคุณภาพ และขีดความสามารถแค่ไหน" รองหัวหน้าพรรค ระบุ

ศ.ดร.กนก กล่าวด้วยว่า 3.ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับอำนาจและหน้าที่ในหลายกรม หลายกระทรวง การใช้หน่วยงานเดียวเข้าไปจัดการกับปัญหา ไม่สามารถเกิดความสำเร็จได้ เพราะระบบเศรษฐกิจและสังคม มีความสลับซับซ้อนมากเกินกว่า ที่ส่วนราชการใดจะแก้ไขได้ตามลำพัง ด้วยความเป็นจริงเช่นนี้ การประสานให้ส่วนราชการต่างๆ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเดียวกัน จึงเป็นความจำเป็น เพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ"อุปสรรคสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ คือ กฎหมายและกฎระเบียบราชการที่ไม่เอื้อให้การบูรณาการเกิดขึ้น เช่น การใช้งบประมาณ และบุคลากรที่พร้อมกัน ต่างเวลาและต่างพื้นที่ ทำให้การปฏิบัติราชการมีลักษณะเป็นชิ้นๆ ซึ่งไม่มีความสมบูรณ์ที่จะแก้ปัญหาได้ คล้ายการหาทุนสร้างโบสถ์ด้วยการทอดกฐิน ที่จะสร้างโบสถ์ได้ตามกำลังเงินที่มี และไม่สามารถกำหนดเวลาแล้วเสร็จได้"ศ.ดร.กนก กล่าวอย่างไรก็ตาม งบประมาณของประเทศจะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้มากกว่านี้ เมื่อโครงสร้างของระบบงบประมาณ และระบบการบริหารราชการ ตลอดจนถึงวิธีการปฏิบัติราชการของเหล่าข้าราชการ ได้รับการปฏิรูป จนสามารถเข้าถึงปัญหาที่แท้จริงของประชาชนได้ ซึ่งหวังว่า งบประมาณที่มาจากประชาชนในแบบล่างขึ้นบนนี้ จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด