ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ประกาศเมื่อวันเสาร์เพิ่มมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์ และผู้ที่ไม่สวมหน้ากากจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บริการของรัฐได้ และสถานประกอบการใดไม่ควบคุมให้บุคคลที่เข้าใช้บริการหรือเข้าไปทำงานสวมหน้ากาก จะถูกปิดนาน 1 สัปดาห์
เมื่อเร็วๆนี้อิหร่านพยายามรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากาก โดยเผยแพร่ภาพผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลที่สวมหน้ากาก รวมไปถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ และประธานาธิบดีโรฮานียังเรียกร้องให้ประชาชนที่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ตระหนักว่ามีหน้าที่ทั้งในฐานะมนุษย์และหน้าที่ทางศาสนาที่จะต้องแจ้งการป่วยให้คนอื่นรับรู้
การบังคับสวมหน้ากากมีขึ้นหลังจากอิหร่านมีผู้เสียชีวิตรายใหม่จากโรคโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นเกิน 100 คนในแต่ละวัน และเฉพาะเมื่อวานนี้ทำสถิติสูงสุดถึง 163 ราย ทำให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 11,571 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,560 คนทำให้ยอดสะสมทะลุ 240,000 คนแล้ว
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วพบว่า ชาวอิหร่านลดความกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 และไม่กระตือรือร้นที่จะสวมหน้ากากป้องกัน และสื่อรายงานว่า ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไปร่วมงานสมรส งานสังสรคค์ และงานศพ ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก รวมไปถึงงานฉลองสิ้นสุดการถือศีลอด