จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นใน 39 รัฐ ของสหรัฐฯ ได้บดบังการฉลองวันชาติเมื่อ 4 ก.ค. ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปาร์ตี้วันหยุดอาจส่งผลให้ผู้ติดเชื้อล้นโรงพยาบาล โดยพบว่า 4 วันแรกของเดือนนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งทำสถิติใหม่ใน 15 รัฐ และทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศเกือบ 3 ล้านคน เสียชีวิตราว 1 แสน 3 หมื่นคน โดยที่ฟลอริดา มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเกิน 10,000 คน ติดต่อกัน 3 วัน จากทั้งหมด 4 วัน โดยเฉพาะวันอาทิตย์เพิ่มขึ้นถึง 10,059 คน ส่วนรัฐอริโซนา รัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเท็กซัส ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเท็กซัส กำลังจะเป็นรัฐที่มีการระบาดสูงสุด โดยที่เมืองฮุสตัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "Texas Medical Center" TMC ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์การแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผชิญผู้ป่วยล้น ICU จนเกิดขีดความสามารถที่จะรับไหว ส่วนนักการเมืองท้องถิ่นในริโอ แกรนด์ แวลลีย์ ต้องขอให้ทหารเข้าแทรกแซงเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตด้านมนุษยธรรม ส่วนอีกหลายเมืองใหญ่ พบว่า ศูนย์ทดสอบหาเชื้อต่างๆ เจอปัญหาคนหลายร้อยเข้าคิวคอยหลายชั่วโมง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติ เมื่อวันเสาร์ โดยไม่มีหลักฐานยืนยันว่า 99% ของผู้ป่วยโควิด-19 ในสหรัฐฯ ไม่เป็นอันตรายโดยสิ้นเชิง สวนทางกับสถานการณ์ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ที่ขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีจนถึงแค่ 2 สัปดาห์ ส่วนห้อง ICU จะรองรับผู้ป่วยได้อีกแค่ 10 วัน ส่วนรัฐอริโซนา พบว่า เตียงผู้ป่วยตามห้อง ICU เต็มแล้ว 90% ส่วนการป้องกันเช่น การสวมหน้ากากอนามัยนั้น ในเมื่อทรัมป์ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ ได้ปฏิเสธการสวมทำให้เขาไม่สามารถเรียกร้องให้คนอเมริกันสวมได้ และอ้างว่าเป็นทางเลือกส่วนตัว ซึ่งตัวเขาเองก็เลือกสวมในบางโอกาส