เนชั่นทีวี

ข่าว

"หมอมนูญ" ยังห่วงสถานการณ์โควิด

06 ก.ค. 2563 | pantipa_jit

"หมอมนูญ" ยังห่วงสถานการณ์โควิด

แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เผย สถานการณ์การติดเชื้อโควิดทั่วโลกยังน่าเป็นห่วง แนะสวมหน้ากากอนามัยสามารถลดการติดเชื้อ อาจทดแทนการล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆดำเนินต่อไปได้ ไม่ต้องถูกสั่งปิดเหมือนครั้งแรก คนไทยต้องช่วยกันใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์FC"โดยระบุข้อความหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม อย่างไหนสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19?



ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยีใหม่ แสงเลเซอร์ ส่อง เวลาคนพูดส่งเสียงดังตะโกน ร้องเพลง ไอ หรือจาม ทำให้เห็นละอองน้ำทั้งใหญ่และเล็ก ลอยออกมาในอากาศจากปากและจมูกออกมาไกลกว่า 2 เมตร เวลาจามไปได้ไกลถึง8 เมตร ละอองใหญ่มีน้ำหนักจะตกลงพื้นในระยะ 1-2 เมตร ละอองฝอยจะลอยต่อเนื่อง เมื่อน้ำในละอองฝอยระเหยออกไป เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถล่องลอยในอากาศไปได้ไกล มีชีวิตนานเป็นชั่วโมง แล้วแต่ทิศทางลมพาไปเมื่อคนที่อยู่ในห้องเดียวกับผู้ป่วยที่อากาศปิด ถ่ายเทไม่ดี หายใจอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสลงลึกเข้าไปในถุงลมในปอด ทำให้ปอดติดเชื้อ



คนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการไข้ไอ เหนื่อย ซึ่งเป็นอาการทางเดินหายใจส่วนล่างคือถุงลมในปอด แต่มีอาการทางเดินหายใจส่วนบน(น้ำมูกไหล คัดจมูก เจ็บคอ)น้อย แสดงว่าการติดเชื้อส่วนใหญ่ เกิดจากการหายใจละอองฝอยลงถุงลมในปอดมากกว่าหายใจละอองใหญ่ติดเชื้อในจมูก แล้วเคลื่อนที่ลงปอดทีหลัง หรือเกิดจากการติดเชื้อทางอ้อมคือเอานิ้วมือที่ไปสัมผัสกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ปนเปื้อนบนพื้นผิวมาแคะจมูก ขยี้ตา



ทางเข้าของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้คนติดเชื้อส่วนใหญ่น่าจะเป็นถุงลมเพราะมีตัวรับACE2 เยอะมากจากการหายใจละอองฝอย มากกว่าทางเดินหายใจส่วนบนจากการเอานิ้วมือมาแคะจมูกขยี้ตา บริเวณปากของรูจมูกไม่มีตัวรับ ACE2 ตัวรับจะอยู่ลึกเข้าไปในรูจมูกต้องใช้นิ้วมือแยงถึงจะเข้าถึงตัวรับ การเอามือมาจับหน้า ลูบจมูก แต่ไม่ได้ล้วงลึกเข้าไปในจมูกไม่น่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้



การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลก่อนเอานิ้วมือมาแคะขี้มูก แคะจมูกขยี้ตา ป้องกันการติดเชื้อทางอ้อมนี้ได้ การเว้นระยะห่าง 2 เมตรก็ยังไม่ปลอดภัย เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยที่เกิดจากผู้ติดเชื้อพูดเสียงดังตะโกน ร้องเพลง ไอหรือจามได้ไกลกว่า 2 เมตร



การใส่หน้ากากอนามัยเป็นวิธีป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อที่สำคัญที่สุดหน้ากากจะจับละอองใหญ่และละอองฝอย ไม่ให้ล่องลอยไปไกลๆในอากาศ ละอองส่วนใหญ่จะอยู่รอบๆหน้ากากบริเวณใบหน้าของผู้ติดเชื้อที่พูดเสียงดังตะโกน ร้องเพลง ไอ หรือจาม ลดโอกาสคนที่อยู่ใกล้ชิดหายใจเอาเชื้อไวรัสเข้าปอด ยิ่งคนใกล้ชิดสวมหน้ากากอนามัยด้วยโอกาสหายใจเอาเชื้อไวรัสเข้าปอดยิ่งน้อยลง(ดูรูป)

ตัวอย่าง 2 ประเทศที่ผู้นำต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัยเป็นแบบอย่างให้คนในประเทศปฏิบัติตามไม่ยอมสวมหน้ากาก คือประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศบราซิลทั้ง 2 ประเทศขณะนี้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด- 19 หนักหน่วงที่สุด ประเทศสหรัฐฯพบผู้ป่วยใหม่มากถึงวันละ 55,000 คน พบผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 3 ล้านคน เสียชีวิตแล้วกว่า 130,000 คน เท่ากับ 25% ของผู้เสียชีวิตทั้งโลก


ประธานาธิบดีสหรัฐฯโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่งให้สัมภาษณ์กลับลำจุดยืนต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัย(ดูรูป) ประเทศบราซิลมียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ ประธานาธิบดีบอลโซนาโรไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยเวลาร่วมชุมนุมทางการเมืองถูกศาลพิพากษาสั่งให้ผู้นำบราซิลสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกงานสาธารณะ ถ้าฝ่าฝืนถูกปรับวันละ16,693 บาท



การสวมหน้ากากอนามัยสามารถลดการติดเชื้อ อาจทดแทนการล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆดำเนินต่อไปได้ไม่ต้องถูกสั่งปิดเหมือนครั้งแรก สถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 ยังไม่ไว้วางใจ คนไทยต้องช่วยกันใส่หน้ากากอนามัยต่อไปเวลาออกนอกบ้าน เขาใส่เพื่อป้องกันเราเราใส่เพื่อป้องกันเขา ทุกคนจะปลอดภัย

ข่าวล่าสุด