โฆษกกรมป่าไม้ เผยประชาชนตื่นตัวปลูกต้นไม้ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเป็นมรดกให้กับครอบครัวในอนาคต อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกและลักลอบตัดไม้ และเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า มีประชาชน ให้ความสนใจมาขอรับกล้าไม้จากกรมป่าไม้ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีเพาะชำกล้าไม้บ้านฝาง ขอนแก่น เดินทางมาตั้งแต่เวลา 04.00 น. ประชาชน 1 ราย ขอรับกล้าไม้ได้คนละไม่เกิน 300 ต้น มีกล้าไม้ที่จะแจกจ่ายออกไปให้กับประชาชน กว่า 450,000 ต้น
โดยต้นไม้ที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการขอรับกล้าไม้ไปปลูกได้แก่ พะยูง ยางนา ประดู่ มะค่าโมง ตะเคียนทอง โดยสถานีเพาะชำกล้าไม้จะเริ่มแจกจ่ายกล้าไม้ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป
กรมป่าไม้ กำหนด ควบคุมมาตรฐานกล้าไม้ให้ได้ทั้งขนาด อายุที่เหมาะสม เป็นกล้าไม้ที่มีความแข็งแรง และความสมบูรณ์เหมาะแก่การนำไปปลูก เพื่อให้กล้าไม้มีโอกาสในการเจริญเติบโตสูงขึ้น

โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การตื่นตัวของประชาชน เกิดจากรัฐบาล แก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยปลดล็อคมาตรา 7 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับไม้หวงห้ามที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิ ให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม โดยปลดล็อคไม้หวงห้าม 158 ชนิด เช่น ไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง และไม้หายาก 13 ชนิด เช่น กระเบา มะแข่น จันทน์หอม ตีนเป็ดแดง เป็นต้น ให้ปลูกและตัดขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการช่วยเสริมให้ประชาชนสามารถมีรายได้ในอนาคตจากไม้มีค่า สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้ครัวเรือน
ไม้ที่ปลูกสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเป็นมรดกให้กับครอบครัวในอนาคต อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกและลักลอบตัดไม้ และเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ
กรมป่าไม้ยังมีระบบติดตามอัตราการรอดตายของต้นไม้ที่ปลูก โดยการลงทะเบียนไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ (e-tree)ผ่านเว็บไซด์กรมป่าไม้ www.https://fp.forest.go.th/rfd_app/rfd_survey_m7/app/index.php