การดำเนินงานสืบสวนของกองปราบปราม ได้เร่งสอบสวนพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องทันทีโดยแบ่งการสอบปากคำเป็น 2 ชุด คือชุดแรกส่งพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำเดียวกับ
"พ.ต.ท.บรรยิน"โดยเน้นไปที่บุคคลนักโทษที่มีความใกล้ชิด ส่วนที่สอง เป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่นอกเรือนจำที่ถือว่ามีความสำคัญประกอบด้วย
1.นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ลูกชาย
2.พันตำรวจโทนุกูล แสงศิริ อดีตส.ส.เขต 4 จังหวัดนครสวรรค์
3.นายกรณ์ กันเที่ยง ทนายความ
ตลอด 2 สัปดาห์แห่งการเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะ 3 ราย สำคัญ คือ ลูกชาย , ทนาย , นั้นต่างให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดแต่ทางพันตำรวจโทนุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.เขต 4 จังหวัดนครสวรรค์ ยอมรับว่า ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ให้วางแผนช่วยเหลือ "พ.ต.ท.บรรยิน" ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้จริง แต่ปฏิเสธไม่ขอร่วมแผนการครั้งนี้ด้วยซึ่งคำให้การของ อดีต ส.ส.เขต 4 จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้น้ำหนักของเรื่องการแหกคุกครั้งนี้มีเค้าโครงมากขึ้น