เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอ รับคดีพิเศษ"อาหารเสริม อ้างสรรพคุณเกินจริง"

04 ก.ค. 2563 | sutthirak

ดีเอสไอ รับคดีพิเศษ"อาหารเสริม อ้างสรรพคุณเกินจริง"

กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีอาหารเสริมอ้างสรรพคุณเกินจริง ไว้เป็นคดีพิเศษ หลังรับเรื่องร้องเรียนจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีพฤติการณ์โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมเกินจริง

ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีพฤติการณ์โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมเกินจริง โดยอ้างสรรพคุณ เพื่อรักษาโรคต้อเนื้อ ต้อกระจก มีการนำภาพจักษุแพทย์ และบทความจักษุแพทย์ไปใช้ในการประกอบโฆษณา โดยแพทย์ท่านนั้นไม่ทราบ ต่อเมื่อมีการทักท้วง จึงลบภาพออกทันที
พฤติการณ์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อ ต้องสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ และที่สำคัญขาดโอกาสในการรักษาอย่างถูกต้อง
ดีเอสไอ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้รับเรื่องไว้สืบสวน และขอรับความเห็นจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ในรายละเอียด ผลปรากฏข้อมูลทางวิชาการว่าในปัจจุบันไม่มีผลิตภัณฑ์ชนิดใดสามารถรักษาโรคทางตาตามสรรพคุณที่กล่าวอ้างและจากการสรรพคุณในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับดวงตาของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวซึ่งระบุในภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย
1. สารอาหารเบต้ากลูแคน 2.สารสกัดบิวเบอร์รี่ 3.กรดแอสคอร์บิก 4.สารสกัดจากแคนเบอร์รี่ 5. สารสกัดจากดอกดาวเรือง 6.วิตามินบี 12 พบว่าไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่รับรองว่ามีผลในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับตาตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 ดีเอสไอ ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้แทนราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ผู้แทนแพทยสภา ผู้แทนสำนักงาน กสทช. ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ รองอธิบดี ดีเอสไอ เป็นประธานการประชุม สรุปว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้จดแจ้งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแต่กลับโฆษณาสรรพคุณไปในทางที่มีลักษณะเป็นยารักษาโรค ทั้งที่ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่านอกจากจะไม่สามารถรักษาหรือบรรเทาอาการตามกล่าวอ้างแล้ว การโฆษณาในภาพรวม ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ยังแพร่กระจายไปสู่ประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งหากมีอาการป่วยและหลงเชื่อ นอกจากจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังทำให้ขาดโอกาสในการเข้ารับการรักษา ซึ่งดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย หากขาดการรักษา จนเป็นเหตุให้ตาบอดหรือสูญเสียดวงตา จะส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการดำรงชีวิตและการประกอบหน้าที่การงาน และจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษา จำนวนมากและต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสาธารณสุขของประเทศ และบั่นทอนกำลังการพัฒนาประเทศทางอ้อมตลอดจนจนส่งผลกระทบงบประมาณสาธารณสุขในภาพรวม โดยทุกหน่วยงานพร้อมสนับสนุนและบูรณาการหากดีเอสไอ รับไว้เป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอ พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์การโฆษณาผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ในลักษณะอวดอ้างว่ามีสรรพคุณเป็นยาใช้ป้องกันหรือรักษาโรคได้ผ่านทางเว็บไซต์หรือเฟสบุ๊ค ทั้งที่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานทางวิชาการรับรองอันเป็นข้อความที่เป็นเท็จ จึงเข้าข่ายเป็นการทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 14 (1) และมีพฤติการณ์กระทำผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อการสาธารณสุขในวงกว้าง ดังที่ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดี ดีเอสไอ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ให้รับคดีดังกล่าวไว้ดำเนินการสืบสวนและสอบสวน ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นอกจากนั้น การกระทำดังกล่าวก็อาจเป็นความผิดตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ที่กำหนดมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร และความผิดอื่นๆ ซึ่งหากสอบสวนพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีไปในคราวเดียวกัน

ข่าวล่าสุด