ส่วนคนก่อเหตุทราบภายหลังว่าชื่อนายนพดล น่วมสำลี หรือบี อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 74/331 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังก่อเหตุสลดได้ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกูปปี้ไอ สีชมพู-ขาว ทะเบียน 1 กค นครพนม 3832 ไปรับลูกสาววัย 8 ขวบ ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบนายนภดลขับรถ จยย.คันดังกล่าว มาพร้อมกับเด็กหญิงที่เป็นลูกสาวบริเวณร้านยางรถยนต์ริมถนนทางหลวงฯ 22 เจ้าหน้าที่จึงสกัดและจับกุมตัว โดยนายนภดลมือปืนได้ชูมือขึ้นเหนือหัว พร้อมบอกว่าผมขอมอบตัว จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองนครพนม สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายนพดล ขับรถกระบะมากับ น.ส.สุจิตรา แฟนสาวออกจากบ้านเอื้ออาทร ซอย 4 เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อจะไปรับลูกสาวของที่โรงเรียนอนุบาล ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันนายนพดลจึงจอดรถริมฟุตบาธ เพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ ขณะเดียวกัน น.ส.สุจิตราก็โทรศัพท์บอกแม่คือนางโอลามาช่วย โดยมี น.ส.จิตราพี่สาวซ้อนท้ายมาด้วย จากนั้นนายนภดลก็ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงคนทั้งสามชีวิตคาที่
สอบถามนายนภดลผู้ต้องหาที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าได้พบรักกับ น.ส.สุจิตราที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนจะมาตกลงปลงใจอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา เป็นเวลา 2 ปีผ่านมา โดยตนและฝ่ายหญิงต่างมีลูกติดด้วยกันทั้งคู่ ประมาณเดือนพฤษภาคม 63 ที่ผ่านมา ตนดื่มเหล้าเมาแล้วมีปากเสียงขั้นทุบตีเมีย จึงทำให้ น.ส.สุจิตราหนีกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดนครพนม ด้วยความรักตนจึงตามมาง้อขอคืนดีกับเมีย และพ่อตาแม่ยายเปิดโอกาสให้แก้ตัว หากไม่กินเหล้าเมาตีเมียก็จะให้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง โดยตนทำเรื่องย้ายโรงเรียนลูกสาวมาอยู่นครพนม หวังตั้งหลักปักฐานไว้ที่นี่และเล่าอีกว่า นางโอลาแม่ยายรู้ว่าอดีตลูกเขยที่ทำงานอยู่การไฟฟ้าถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อปีก่อน จึงเอาลูกชายที่เกิดกับลูกสาวตนมาอ้างให้อดีตสามีมาช่วยดูแล ตนซึ่งเป็นสามีคนปัจจุบันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มีครั้งหนึ่งขณะที่ตนกลับไปดำเนินเรื่องย้ายลูกสาวมาเข้าโรงเรียนที่นครพนม เช็คพิกัดจากมือถือพบว่าเมียตนเองมาที่จังหวัดขอนแก่น จึงรีบเดินทางมาดูพบว่า น.ส.สุจิตรา กำลังเดินลงมาจากโรงแรมพร้อมกับอดีตสามีเก่า เมื่อสอบถามก็อ้างว่ามาจัดการเรื่องลูกไม่ได้มีอะไรกันด้วยความรักเมียจึงไม่คิดอะไร แต่สิ่งที่ทำใจไม่ได้เพราะเปิดโทรศัพท์เมีย พบบันทึกข้อความว่าวันที่และเวลาเท่าไหร่ ไปอยู่ไหนกับอดีตสามี ตนจึงเค้นถามเมียว่ากลับไปคืนดีกับผัวเก่าใช่ไหม ทีแรก น.ส.สุจิตราปฏิเสธแต่พอตนเปิดหน้าจอที่ก๊อปปี้ไว้ น.ส.สุจิตราจึงยอมรับว่าไปมีอะไรกันจริง และสิ่งที่ตอกย้ำในหัวใจคือตนทำไม่ดีเท่าผัวเก่า จึงเก็บความรู้สึกดังกล่าวไว้กระทั่งถึงวันที่เกิดเหตุขณะจะไปรับลูกสาว ตนถามว่าจะไปคืนดีกับผัวเก่าก็บอก ตนถามแค่นี้เมียก็โวยวายแล้วโทรศัพท์บอกให้แม่กับพี่สาวมา เมื่อมาถึง น.ส.จิตราไม่พูดพร่ำใช้ฝ่ามือตบใบหน้าตนไป 1 ที พร้อมรุมกันด่าด้วยคำหยาบคาย ด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงดึงปืนที่สะพายอยู่ในกระเป๋ากระหน่ำคนทั้งสามชีวิตดังกล่าวหลังก่อเหตุได้บอกคนแถวนั้นว่าช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ด้วย โดยตนก็นั่งรออยู่ในที่เกิดเหตุ ประมาณ 15 นาที เมื่อยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมา นึกขึ้นได้ว่าลูกสาวไม่มีคนไปรับ จึงบอกคนละแวกนั้นว่าถ้าตำรวจมาบอกด้วยเดี๋ยวมามอบตัว ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนก่อน ซึ่งนายนภดลเล่าด้วยน้ำตาอีกว่าหลังยิงเมีย แม่ยาย และ พี่สาวของเมีย แล้ว คิดจะยิงตัวตายตาม แต่นึกถึงหน้าลูกสาวว่าจะอยู่กับใคร จึงขอติดคุกรับใช้กรรมที่ก่อ และถอดแมกกาซีนซองปืน พร้อมอาวุธปืนวางไว้ที่หน้ารถ ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหนทั้งสิ้น