นายกีรติ รัชโนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) และภายใต้ความตกลงการค้าเสรี(FTA) ในช่วง4เดือนของปี 2563 (ม.ค.-เม.ย.)มีมูลค่า 21,340ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 12.08%มีสัดส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ 78.11%ของการใช้สิทธิทั้งหมด แบ่งเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า19,546ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 13.30%มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 77.51%และการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSPมูลค่า 1,793 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.87%มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 85.25%
"การใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ความตกลง FTA จำนวน11ฉบับ ไม่รวมอาเซียน-ฮ่องกง ที่ลดลง 13.30%เพราะหลายประเทศทั่วโลกยังคงดำเนินมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19เช่น การปิดเมือง ปิดพรมแดน รวมถึงปิดประเทศชั่วคราวส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตจนไปถึงการขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ระหว่างประเทศทำให้กระทบต่อการส่งออกในภาพรวม และทำให้การใช้สิทธิประโยชน์ลดลง" นายกีรติ กล่าว
อย่างไรก็ตามแม้หลายสินค้าจะมีการใช้สิทธิลดลง แต่สินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหารมีการใช้สิทธิส่งออกเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ทุเรียนสด(อาเซียน-จีน) ผลไม้อื่นๆ เช่น ลำไย เงาะ ลางสาด (อาเซียน-จีน) แชมพู(อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง(อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและเครื่องครัว (ไทย-เปรู)ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโต (ไทย-เปรู) อาหาร-ปรุงแต่งอื่นๆ (อาเซียน) น้ำรวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลม (อาเซียน) เป็นต้น
ส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ GSP ซึ่งไทยได้รับสิทธิจำนวน4ระบบ คือ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช และนอร์เวย์ที่เพิ่มขึ้น 3.87%