โควิด-19 ฉุดธุรกิจประกันชีวิตติดลบกำลังซื้อวูบ
02 ก.ค. 2563 | Chatchai

สมาคมประกันชีวิตไทยคาดการณ์การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ จะหดตัวติดลบ 2-5% ด้านเมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการรับชีวิตวิถีใหม่ ติดตามจากรายงาน
ข่าว
02 ก.ค. 2563 | Chatchai

สมาคมประกันชีวิตไทยคาดการณ์การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ จะหดตัวติดลบ 2-5% ด้านเมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการรับชีวิตวิถีใหม่ ติดตามจากรายงาน
สมาคมประกันชีวิตไทยเผยถึงทิศทางของธุรกิจประกันชีวิต ระบุว่า ผลกระทบจากโควิด-19 กดดันให้ 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย. 2563) อุตสาหกรรมประกันชีวิตติดลบ 1.24% รวมถึงปัจจัยหลักที่เกิดจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลง ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกทรุดต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในแง่รายได้และความสามารถในการซื้อประกันของประชาชน อาจจะชะลอตัวไปอีกในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้ แม้เดือน เม.ย.จะเริ่มเห็นสัญญาณเบี้ยรับรายใหม่กลับมาเติบโตดีขึ้น
(มีกราฟฟิก) ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันรับรวม 1.89 แสนล้านบาท ลดลง 1.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดการณ์การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ จะลดลง 2-5% ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวม 5.98 แสนล้านบาท ซึ่งสอดคล้องรับกับจีดีพีของประเทศที่คาดว่าจะติดลบ 5.3%
จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธุรกิจประกันชีวิตได้ทยอยปรับตัวมากขึ้น มีการลงทุนในเทคโนโลยีด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก เพื่อเข้ามาสนับสนุนการทำงานในทุกช่องทาง โดยมีวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งพฤติกรรมวิถีใหม่ (New Normal) นอกจากนี้ สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนตระหนักและให้ความสำคัญกับการประกันสุขภาพมากขึ้น นับเป็นข้อดีของการวางแผนสุขภาพก่อนการเจ็บป่วย ภาคธุรกิจจึงปรับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพให้มีความหลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ระบุ เบี้ยประกันภัยรับรวมปีนี้คาดว่าติดลบ หลัง 4 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันรับรวมที่ 22,356 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 83,840 ล้านบาท โดยจากยอดตัวเลขธุรกิจประกันในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาลดลงมาถึง 20% จากสภาวะของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวประกอบกับบริษัทฯ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกรมธรรม์ โดยมุ่งเน้นการประกันด้านสุขภาพเฉพาะมากกว่ากรมธรรม์เต็มรูปแบบ ซึ่งมีมูลค่ากรมธรรม์น้อยกว่าปกติ เพื่อให้ครอบคลุมกับผู้บริโภคที่มีความต้องการประกันชีวิตที่เปลี่ยนไปช่วงไตรมาสที่ 1 ธุรกิจประกันชีวิตติดลบ 1% และต่อเนื่องถึงเดือน เม.ย. สาเหตุจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการมีการปรับเปลี่ยนแบบประกัน และ มีผลต่อเบี้ยประกันภัยส่งผลให้ยอดขายของแต่ละบริษัทมีอัตราที่ลดลง ทั้งนี้ ยังเชื่อมั่นว่าภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย ภาพรวมธุรกิจประกันภัยจะกลับมาเติบโตได้มากยิ่งขึ้น
ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลางด้วยกลยุทธ์ New Normal Now MTL รวมถึงการพัฒนาช่องทางการขายที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาด้านบริการโดยมุ่งสู่การเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พัฒนาแอปพลิเคชั่น MTL Click เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน