ด้านนายเฉลิมภัทร์ โคตรวงษ์ อายุ 42 ปีเพื่อนบ้านนายสมานกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่เติบโตมาและสัมผัสกับลุงสมาน เชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ได้ก่อเหตุดังกล่าว เพราะลุงสมานมีนิสัยธรรมมะ ธรรมโม เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกให้หลาน และเปิดร้านขายของเลี้ยงหลานที่บ้าน ไม่ได้เดินทางไป จ.อุทัยธานีอย่างแน่นอน จึงเชื่อว่าลุงสมานจะถูกนำเอาชื่อหรือบัตรประชาชนไปอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปปส.ก่อเหตุดังกล่าว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือลุงสมานด้วย เพราะเป็นชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำอย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง ร.ต.อ.สุเทพ ภุมมาพันธ์ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีผู้ออกหมายเรียก เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย ร.ต.อ.สุเทพ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ว่ามีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปปส.เรียกรับเงินจำนวน 150,000 บาท โดยมีการติดต่อพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ก่อนที่ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง 3 ครั้ง รวมจำนวน 150,000 บาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าบัญชีธนาคารที่ถูกโอนเงินเข้า เป็นชื่อผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ จ.ชลบุรี ส่วนหมายเลขโทรศัพท์ที่คนร้ายใช้ติดต่อกับผู้เสียหายลงทะเบียนเปิดใช้ในชื่อของนายสมาน บุญภาชาว จ.กาฬสินธุ์ ดังนั้นตนในฐานะพนักงานสอบสวนจึงดำเนินการออกหมายเรียกนายสมาน เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย