หลังเกิดเหตุ ดร.ภูมิพัทธ ได้สั่งการให้ทุกโรงเรียนอาญัติสิ่งของบริจาค ห้ามใช้ เก็บไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ในพื้นที่และประสานไปยังผู้ติดต่อประสานงานระหว่างโรงเรียนกับผู้บริจาคให้ส่งของกลับ แต่ที่ผ่านมาไม่มีรายใดรับคืน ซึ่งในจำนวน 70 โรงเรียน ที่เสียหายนี้ได้ดำเนินการตามสั่งแล้ว มีเพียง 1 โรงเรียนที่ถูกผู้บริจาคฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
จากนั้นเมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลป์พงศ์ ผอ.สำนักงานการประถมศึกษาขั้นพื้นฐานขอนแก่นเขต 2 (สพป.) บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้เชิญผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่จำนวน 103 โรงเรียน ที่ถูกหลอกให้เซ็นเอกสารเพื่อรับสิ่งของบริจาค มูลค่าสิ่งของโรงเรียนละ 5 .2 แสนบาท มาร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลและชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ
โดยเรื่องนี้ นายอนุศาสตร์ กล่าวว่า ในพื้นที่ สพป.ขอนแก่นเขต 2 นี้มีโรงเรียนที่เซ็นรับสิ่งของบริจารคทั้งหมด 103 โรงเรียน และมีโรงเรียนที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว 48 โรงเรียน เบื้องต้นทาง สพฐ.ได้มารับฟังข้อมูลและให้การช่วยเหลือทั้งการให้รวบรวมข้อมูล และการช่วยเหลือด้านคดีทั้งการสรุปประสานอัยการในพื้นที่เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะผู้บริหารทุกคนที่เซ็นรับของบริจาคนั้น เพราะต้องการนำเอาสิ่งของมาใช้ในโรงเรียน เพราะแต่ละโรงเรียนล้วนขาดแคลนไม่คิดว่าจะต้องมาถูกฟ้องร้องแบบนี้
"วันนี้ประชุมผู้บริหารโรงเรียนทั้งหมด 103 แห่ง เพื่อนำแนวทางที่ สพฐ.จะช่วยเหลือมาบอกเล่าให้ฟัง เพราะที่ผ่านมา ผอ.โรงเรียนค่อนข้างเครียดกับเรื่องนี้เนื่องจากถูกฟ้องร้องเป็นคดีความทั้งๆ สินค้าที่บอกจะบริจาคทางโรงเรียนก็ได้ไม่ครบ และส่วนใหญ่ให้เซ็นรับหลอดไฟฟ้าแอลอีดี บางโรงเรียนเอาของไปใช้แล้วพอเขาเรียกเงินคืนก็ไม่มีเงินไม่มีสินค้าให้ บางโรงเรียนยังไม่แกะของบริจาคใช้ก็เอาคืนจึงไม่ถูกฟ้องร้อง แต่อย่างไรก็ต้องช่วยเหลือกัน เพราะไม่มี ผอ.คนไหนที่อยากรับของบริจาคและเอามาใช้ส่วนตัว ทั้งหมดอยากได้ของมาเพื่อใช้กับโรงเรียนแทบทั้งนั้น" ดร.อนุศาสตร์ กล่าว