ศูนย์วิจัย Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ประเมินภาพรวมรายได้ของโรงพยาบาลเอกชน ปี 2563 จะหดตัวกว่า 6-8% จากปี 2562 โดยกลุ่มโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติสูงจะได้รับผลกระทบมากที่สุด นำโดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช และกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS ที่มีสัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติสูงถึง 66% 40% และ 30% ตามลำดับ
โดยคาดว่าธุรกิจโรงพยาบาลน่าจะกลับมาพลิกฟื้นรายได้ประมาณปี 2564 กลับมาขยายตัวได้ 8-10% เนื่องจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวยังมีข้อจำกัด แม้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเหลือ 0 แต่ผู้ป่วยต่างชาติอาจบินเข้ามารักษาน้อยกว่าที่คาดไว้
นฤมล น้อยอ่ำ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลในเครือลดลง (มีกราฟฟิก) เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติถึง 30% และกลุ่มคนไทยเกือบทั้งหมดงดเว้นการเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาล
ล่าสุด BDMS ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ PING AN HEALTH บริษัทประกันรายใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในประเทศจีน สอดคล้องกับนโยบายที่ต้องการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพทางการแพทย์มาตรฐานระดับสากล พร้อมสอดรับนโยบายส่งเสริมสุขภาพของจีน ผ่านการจัดโปรแกรมการตรวจ และการรักษาให้แก่กลุ่มลูกค้า" PING AN HEALTH" จากปัจจุบันฐานลูกค้าทั้งหมด 516 ล้านกรมธรรม์ทั้งนี้ รูปแบบความร่วมมือดังกล่าวทาง BDMS จะทำให้หน้าที่เป็นผู้ให้บริการรักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพที่เป็นชาวจีนที่ถือกรมธรรม์ของ PING AN HEALTH ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้า 1-4 พันรายต่อปี ในสภาวะปกติหลังไม่มีโรคโควิด 19
ปัจจุบันตลาดสุขภาพของจีนกำลังร้อนแรง เนื่องจากนโยบายส่งเสริมสุขภาพ 'healthy china 2030' ตามเอกสารของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ระบุว่าในปี 2573 ธุรกิจสุขภาพในจีนอาจมีมูลค่าสูงถึง 16 ล้านล้านหยวน หรือ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์