เนชั่นทีวี

ข่าว

เกษตรกรยิ้มออก!! ราคาสินค้าเกษตรโงหัวขึ้น

29 มิ.ย. 2563 | orawan_jan

เกษตรกรยิ้มออก!! ราคาสินค้าเกษตรโงหัวขึ้น

ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนกรกฎาคม 2563 ข้าวเปลือกเหนียว น้ำตาลทรายดิบ ยางพาราแผ่นดิบ ปาล์มน้ำมัน สุกร กุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น เป็นผลจากมาตรการคลายล็อคดาวน์และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลาย ด้านข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง

นายสมเกียรติกิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนกรกฎาคม 2563โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวราคาอยู่ที่ 15,629 - 15,811 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ0.41 - 1.31เนื่องจากสต็อกข้าวเหนียวของผู้ประกอบการน้อยลง จึงมีความต้องการรับซื้อเพิ่มขึ้น  น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 12.11- 12.23 เซนต์/ปอนด์ (8.30 - 8.38 บาท/กก.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50 - 1.50จากแรงหนุนของทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อราคาเอทานอลประกอบกับเงินเรียลของบราซิลที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯทำให้ความสามารถในการส่งออกน้ำตาลของบราซิลลดลงจึงเป็นแรงกระตุ้นให้โรงงานน้ำตาลของบราซิลเพิ่มสัดส่วนการนำอ้อยไปผลิตเอทานอลมากกว่าน้ำตาล 


ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3ราคาอยู่ที่ 36.96 - 37.20   บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.35 - 1.00เนื่องจากความต้องการใช้น้ำยางข้น (Concentrated Latex) ของผู้ประกอบการทั้งภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปผลิตถุงมือแพทย์ ถุงยางอนามัย       และยางยืด ประกอบกับได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่หลายๆประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์  และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ความต้องการใช้ยางพาราธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 


ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ราคา 3.18- 3.25 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.32- 2.6 เนื่องจากมาตรการคลายล็อคดาวน์และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีทิศทางสูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซลในภาคการขนส่งรวมถึงความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคและใช้ในภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศที่เริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ  สุกร ราคาอยู่ที่ 68.41 - 69.28บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.54 - 2.84  เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์และการเปิดภาคเรียน     ปีการศึกษา 2563จะส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประกอบกับประเทศจีนและเวียดนามประสบปัญหาการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรจึงมีความต้องการเนื้อสุกรจากไทยเพิ่มขึ้น และกุ้งขาวแวนนาไม ขนาด 70ตัว/กก. ราคาอยู่ที่ 147.00 - 148.00 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.68- 1.37เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการคลายล็อคดาวน์และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศส่งผลให้ความต้องการกุ้งในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ด้านสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลงได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 8,772 - 8,889 บาท/ตันลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 2.11 - 3.40 เนื่องจากกำลังซื้อของประเทศผู้นำเข้าข้าวลดลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ประกอบกับค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายอื่นทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งขัน ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 14,181- 14,565 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.54 -3.16 เนื่องจากประเทศผู้นำเข้า อาทิ สหรัฐอเมริกานำเข้าข้าวหอมมะลิปริมาณมากในช่วงที่ผ่านมา จึงเริ่มชะลอการรับมอบข้าวเพราะมีสต็อกข้าวเพียงพอแล้ว

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5%ราคาอยู่ที่ 7.65 - 7.81 บาท/กก. ลดลงจาก      เดือนก่อนร้อยละ 1.00 - 3.00 เนื่องจากปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและการนำเข้าจากประเทศเมียนมาที่ผ่อนปรนการนำเข้าไปถึงเดือนสิงหาคม 2563 ประกอบกับเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้คุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงส่งผลให้ราคาปรับลดลง  และมันสำปะหลังราคาอยู่ที่ 1.56 - 1.61 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.62- 3.70 เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกชุกไม่เอื้ออำนวยต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งผลให้หัวมันสำปะหลังมีคุณภาพเชื้อแป้งต่ำรวมถึงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมีผลทำให้ราคาซื้อขาย    หัวมันสดในประเทศลดลง

ข่าวล่าสุด