แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (29 มิ.ย. 3 ก.ค.63)
ราคาน้ำมันดิบผันผวน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะทวีปอเมริกาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายประเทศคลายมาตรการล็อคดาวน์หนุนให้ความต้องการใช้น้ำมันเริ่มปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส โดยเฉพาะอิรักและคาซัคสถานที่จะลดกำลังจากการผลิตตามข้อตกลงส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่สมดุลมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
1.องค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงความกังวลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในทวีปอเมริกา โดยยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกล่าสุดมากกว่า 9 ล้านคน และมีตัวเลขผู้ติดเชื้อต่อวันเพิ่มขึ้นสูงสุดแตะระดับ 183,000 คน ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อจากทวีปอเมริกากว่า 116,000 คน นอกจากนั้นยังคงมีความกังวลการแพร่ระบาดระลอกสองในเกาหลีและจีน เนื่องจากผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มสูงขึ้น หลังจากผ่อนคลายล็อคดาวน์
2.ความต้องการใช้น้ำมันในจีนเริ่มกลับมาหลังสถานการณ์ล็อคดาวน์คลี่คลาย โดยในเดือน พ.ค.63 โรงกลั่นในประเทศจีนนำเข้าน้ำมันดิบปริมาณสูงที่ระดับ 11.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดการณ์ว่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นในเดือน มิ.ย.และ ก.ค.63 ซึ่งโดยมากเป็นน้ำมันดิบที่มีการจัดซื้อตั้งแต่ช่วงเดือนเม.ย.63 ที่ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้ำมันดิบในจีนยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากความกังวลการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสอง ซึ่ง Rystad Energy คาดการณ์ว่าหากเกิดระบาดระลอกสอง ความต้องการน้ำมันดิบในจีนอาจปรับลดลงได้อีกครั้งประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 3/63
3.ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตโดยรวมของกลุ่มโอเปกพลัสในเดือน พ.ค.63 อยู่ที่ร้อยละ 87 ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าคาดการณ์ โดยกลุ่มโอเปกพลัสให้คำมั่นและเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบตามข้อตกลง โดยเฉพาะอิรักและคาซัดสถานที่ยืนยันว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของทั้งสองประเทศในเดือน พ.ค.63 คือที่ระดับร้อยละ 46 และ 56 ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุปทานน้ำมันดิบในตลาดจะลดลงอีกในเดือน ก.ค.63
4.สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ(EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 มิ.ย. 63 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.3 ล้านบาร์เรล นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่ 3 ต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง Gulf Coast แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 540 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 19 มิ.ย. 63 ยังคงปรับลดลง 13 แท่น สู่ ระดับ 266 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นการปรับลด 7 สัปดาห์ติดต่อกัน