ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อประสานไปยังผู้โพส์ต คือ
ร.ต.อ.เฉลา พงษ์ประยูร ตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.นางรอง จึงได้ไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผู้กองฯเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ขับรถจักรยานยนต์มาจากอำเภอลำปลายมาศ เพื่อจะไปเข้าเวรที่ สภ.นางรอง ระหว่างทางเกิดฝนตก จึงตัดสินใจขับรถเข้าไปหลบฝนที่ศาลาริมทาง ตั้งอยู่หน้าหมู่บ้านบัวตารุ่ง ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พอเข้าไปนั่งในศาลาได้ประมาณ 10 นาที ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป และส่งให้ภรรยาดูว่าตนติดฝนอยู่ยังไม่ถึงโรงพัก พอคุยกับภรรยาเสร็จ เห็นว่าโทรศัพท์เหลือแบตเตอรี่แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ จึงปิดเครื่องแล้วเอาใส่กระเป๋าไว้ จากนั้นก็นั่งรอให้ฝนหยุดตก
แต่ระหว่างที่นั่งรอในศาลาก็หันหน้าไปทางถนน จู่ๆ ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินลัดไร่มันสำปะหลังมาทักข้างหลัง คล้ายเสียงผู้ชายว่า "จะไปไหน" แต่พอหันไปดูก็ไม่เห็นมีใคร ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะหูแว่วไปเอง บวกกับเสียงฝนตกด้วย จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปนั่งบนรถจักรยานยนต์ พอนั่งไปอีกสักพักก็ได้ยินเสียงผู้ชายกับผู้หญิงคุยกันและมีเสียงเด็กหัวเราะอยู่บนหลังคาศาลาก็แหงนดูหลังคาและหันมองรอบๆ ก็ไม่เห็นมีใครก็คิดว่าอาจจะเป็นเสียงในโทรศัพท์ แต่พอล้วงดูโทรศัพท์ก็ปิดเครื่องไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงเชื่อว่าเจอผีหลอกแน่นอน ทั้งที่ส่วนตัวก็ไม่ได้เชื่อเรื่องผี แต่พอเจอแบบนี้ก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน แต่นาทีนั้นก็รีบถอยรถจักรยานยนต์ขับออกจากศาลาทันที ทั้งที่ฝนยังไม่หยุดตก ผู้กองเฉลา ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวไม่เชื่อเรื่องผีแต่ก็ไม่ได้หลบหลู่ เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินเสียงวันนั้นคืออะไรส่วนที่โพสต์เรื่องราวในเฟซบุ๊ก แค่อยากสอบถามเพื่อนๆว่า สิ่งที่เจอคืออะไรกันแน่ แต่เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนชาวบ้านจะหามศพคนตายมาพักไว้ที่ศาลาดังกล่าว ก่อนจะเอาไปเผาหรือทำพิธีฝังในหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันนี้ศาลาได้ซ่อมแซมใหม่แล้ว จากเหตุการณ์ที่เจอ ภรรยาและเพื่อนๆได้แนะนำให้ทำบุญถวายสังฆทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล แม้จะไม่เชื่อเรื่องผีสางก็ตาม