เนชั่นทีวี

ข่าว

'จุรินทร์' ยันใช้ประกันรายได้ อุ้มเกษตรกรต่อ

29 มิ.ย. 2563 | rattana

'จุรินทร์' ยันใช้ประกันรายได้ อุ้มเกษตรกรต่อ

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ ภาคเกษตรไทยยังมีจุดอ่อนเพราะปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันทำให้ผลผลิตมีมากเกินพอต่อความต้องการของตลาดกลายมาเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ และย้อนกลับมาเล่นงานเกษตรกรในที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแก้ปัญหาระยะยาว กำลังเร่งดำเนินการโดยรัฐบาล แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "การแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน"เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เช่นกัน จึงเป็นที่มาและเหตุผลของการดำเนิน"โครงการประกันรายได้เกษตรกร" เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาและที่กำลังจะดำเนินต่อไปในปี 2563

จากความสำเร็จมาตรการเสริมคู่ขนานรวมไปถึงการกำหนดมาตรการอื่นๆเพื่อใช้ดูแลพืชเกษตรชนิดอื่นรวมทั้งผลไม้อย่างเป็นระบบ จนได้รับคำชื่นชมจากตัวแทนเกษตรกร สมาคมชาวนา ภาคเอกชนและภาคประชาชนแล้วยังได้รับความชื่นชมจากผลสำรวจหลายสำนักโพลอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรลูกหนี้กองทุนฯ ไม่ให้ถูกยึดที่ดินทำกินและซื้อหนี้แทนเกษตรกรเพื่อคืนโฉนดที่ทำกิน
สำหรับผลการดำเนินโครงการฯ ของรัฐบาล ซึ่งรัฐได้จัดสรรวงเงิน 67,754 ล้านบาท ดูแลและมีเกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการกว่า 7.3 ล้านครัวเรือน  โดยปัจจุบันจ่ายเงินชดเชยพืชทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ไปแล้ว 54,762.47 ล้านบาทต่อจำนวนเกษตรกร 3.445 ล้านครัวเรือน สำหรับพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการจ่ายเงินชดเชยพืชทั้ง 5 ชนิดไปแล้ว 11,703 ล้านบาท ต่อจำนวนเกษตรกร 904,020 ครัวเรือน แบ่งเป็น สินค้าข้าว 877 ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 115,789 ครัวเรือนสินค้าปาล์มน้ำมัน 249  ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 27,365 ครัวเรือน สินค้ายางพารา 6,430 ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 364,939 ครัวเรือน สินค้ามันสำปะหลัง 3,975  ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 340,243 ครัวเรือน และสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 170  ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 55,684 ครัวเรือน
ก่อนหน้านี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้พิจารณาการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 และเห็นชอบในหลักการในการดำเนินการในปีต่อไป โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2563 ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาราคาและปริมาณประกันรายได้ต่อครัวเรือนเพื่อนำเสนอ นบข. พิจารณาอีกครั้ง    อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการรักษาราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในหลักการมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ,โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก 
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในปีการผลิต 2563/64 กระทรวงพาณิชย์ยังได้เสนอการดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้รับไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ ซึ่งเกษตรกรจะได้รับเงินในส่วนนี้ไม่ว่าจะประสบภัยธรรมชาติและไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต
"นับเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่เกษตรผู้ปลูกพืช 5 ชนิดได้รับ ด้วย แต่สิ่งที่ต้องคอยติดตามกันต่อ ก็คงจะเป็นนโยบายระยะยาว ว่าจะมีความคืบหน้ามากแค่ไหน และจะทำได้ดีเท่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรครั้งนี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันดำเนินการเพื่อประโยชน์เกษตรกรและประเทศชาติต่อไป"

ข่าวล่าสุด