ดร.วิจักษ์ พงษ์เภตรา นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง(สรว.) กล่าวว่า ทางสมาคมฯมีความยินดีอย่างยิ่งที่เสียงเรียกร้องและข้อเสนอต่างๆจากสมาคมฯในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้รับการขานรับจากรัฐบาลแล้ว สะท้อนว่ารัฐบาลโดยเฉพาะ คนร. ได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเหมืองแร่และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ลูกจ้างและภาคประชาชนในพื้นที่
นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้างกล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) สมาคมฯได้เตือนแล้วว่าจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง รัฐบาลต้องมีแผนรับมือระยะยาวในด้านเศรษฐกิจ ถึงวันนี้แม้ประเทศไทยจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่รอบบ้านและทั่วโลกยังมีการแพร่ระบาดระลอก 2 รายงานล่าสุดมีการติดเชื้อสะสมทั้งโลก 9.7 ล้านคน เสียชีวิตรวมเกือบ 5 แสนคน สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ การจ้างงาน แม้รัฐบาลไทยจะคลายล็อคธุรกิจแต่ก็ยากจะฟื้นตัวในเวลาอันสั้น
"มองภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วงมาก องค์การการค้าโลกหรือ WTO แจ้งว่าปริมาณการค้าโลกไตรมาส 2 ของปีนี้หดตัวลงถึง 18.5% และอาจเลวร้ายยิ่งขึ้นอีกโดยคาดหมายตลอดทั้งปี 2563 จะหดตัวลง 13-32% ในขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประเมิน GDP โลกปีนี้จะติดลบ 4.9% และเศรษฐกิจโลกจะเสียหายย่อยยับคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 370 ล้านล้านบาทในช่วง 2 ปี
สำหรับประเทศไทย ฝ่ายบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล เพิ่งกล่าวยอมรับว่าในครึ่งปีหลังยังจะมีบริษัทปิดกิจการลงอีก ภาคอุตสาหกรรมจะปิดโรงงานอีก ลูกจ้างยังจะถูกเลิกจ้างอีกจำนวนมากประมาณ 2 ล้านคน เพราะผลิตสินค้าแล้วส่งออกขายต่างประเทศไม่ได้ แรงงานจะไหลกลับถิ่นอีกจำนวนมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจออกมาล่าสุดว่า GDP ปี 2563 จะติดลบ 8.1% ซึ่งสาหัสกว่าสถานการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางสำนักบอกว่าอาจจะติดลบถึง 10%" ดร.วิจักษ์กล่าว