เนชั่นทีวี

ข่าว

นักโทษล้นจนต้องแหกคุก? ชง4ข้อเชิงรุกกู้วิกฤตเรือนจำปลากระป๋อง

27 มิ.ย. 2563 | pakorn_pue

นักโทษล้นจนต้องแหกคุก? ชง4ข้อเชิงรุกกู้วิกฤตเรือนจำปลากระป๋อง

จาก "แผนแหกคุก" ถึงวาทะ "ถูกปฏิบัติเยี่ยงสัตว์" ของ "บรรยิน ตั้งภากรณ์" สู่การเสาะหาความจริงหลังกำแพงเรือนจำไทย พบวิกฤตินักโทษล้นจนรับไม่ไหว ยอดผู้ต้องขังเกินความจุมากกว่า 1.2 แสนคน ทำให้สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยเสนอ 4 แนวทางเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ยังมีประเด็นสืบเนื่องกับแผนแหกคุกของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงกันนัก ก็คือเหตุใด พ.ต.ท.บรรยิน จึงต้องคิดแหกคุก แน่นอนว่าเหตุผลหลักย่อมชัดเจนว่าไม่มีใครอยากติดคุก แต่เหตุผลสนับสนุนที่ พ.ต.ท.บรรยิน นำมาอ้างก็คือ "ถูกปฏิบัติเยี่ยงสัตว์" ซึ่งแม้ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะออกมาปฏิเสธข่าวแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าในเรือนจำไทย และจะว่าไปก็เป็นเรือนจำเกือบทั้งโลก มีปัญหาภายในอยู่จริงๆ
ปัญหาใหญ่ของเรือนจำไทย ก็คือ ปัญหา "นักโทษล้นคุก" ซึ่งถือว่าวิกฤติที่มีอยู่แล้ว ต้องวิกฤติมากขึ้นเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

นักโทษล้นจนต้องแหกคุก? ชง4ข้อเชิงรุกกู้วิกฤตเรือนจำปลากระป๋อง


เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ร่วมกับ องค์กรการปฏิรูปการลงโทษสากล หรือ PRI จัดงานเปิดตัวรายงานสถานการณ์เรือนจำโลกฉบับปี 2563 หรือ Global Prison Trends 2020 ในรูปแบบเสวนาออนไลน์
ข้อมูลจากการเสวนาระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ต้องขังทั้งหมด 11 ล้านคน และเรือนจำใน 124 ประเทศประสบปัญหาความแออัด หรือคนล้นคุกเกินพิกัดสูงสุด อันเนื่องมาจากทิศทางการเน้นการลงโทษแบบคุมขังแบบเดิม / ผู้ช่วยเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน บอกว่า จำนวนผู้ต้องขังปัจจุบันเป็นจำนวนที่สูงสุดในประวัติการณ์ โดยผู้ที่ถูกคุมขังกำลังประสบปัญหาด้านสุขอนามัย เนื่องจากขาดน้ำสะอาด และระบบถ่ายเทที่ดี

สำหรับประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังมากเป็นอันดับ 6 ของโลก โดย 5 อันดับที่สูงกว่าไทย ล้วนเป็นประเทศที่มีประชากรหลายร้อยล้านคนหรือระดับพันล้าน
ประเทศไทยมีเรือนจำ 143 แห่ง / ความจุของเรือนจำทุกแห่งรวมกัน 254,302 คน / แต่มีผู้ต้องขังจริง 377,722 คน / เกินความจุของเรือนจำกว่า 123,000 คน
ผู้อำนวยการ TIJ ศาสตราจารย์พิเศษ ดอกเตอร์ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ บอกว่า ประเทศไทยต้องแก้ปัญหานี้ด้วยการหันมาใช้ "มาตรการอื่นแทนการจำคุก" อย่างจริงจัง ซึ่งแนวทางที่ TIJ เสนอก็เช่น การเรียกค่าปรับ / การใช้มาตรการคุมประพฤติ / การควบคุมตัวที่บ้าน และการใช้กำไรอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับกลุ่มเป้าหมายใช้มาตรการอื่นแทนจำคุก จากการสำรวจในทุกเรือนจำในประเทศไทย ได้แก่

นักโทษล้นจนต้องแหกคุก? ชง4ข้อเชิงรุกกู้วิกฤตเรือนจำปลากระป๋อง



- ผู้ต้องขังที่คดียังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือคดียังไม่ถึงที่สุด มีจำนวน 67,000 คน- ผู้ต้องขังเด็ดขาดที่เหลือโทษจําคุกน้อยกว่า 1 ปี มีจำนวน 72,000 คน- ผู้ต้องขังเด็ดขาดกลุ่มคดีอื่นๆ ที่มีความผิดไม่ร้ายแรง มีจำนวน 9,400 คน
คนเหล่านี้สามารถใช้มาตรการอื่นแทนการคุมขังได้ทันที และจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการลดจำนวนผู้ต้องขังได้มากทีเดียว

สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว ต้องใช้ "กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์" มาเป็นทางเลือกของกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักอย่างจริงจัง เพื่อลดจำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาล และลดจำนวนผู้ต้องขังที่ไปสู่ราชทัณฑ์
วิธีการคือการสร้างกระบวนการให้คู่ความในคดีบางประเภท สามารถพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยอย่างเท่าเทียมกันของทั้งฝ่ายผู้เสียหายและผู้กระทำความผิด โดยฝ่ายที่กระทำผิดต้องสำนึก ยอมรับผิด และขอโทษ / ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายก็จะเข้าใจถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายต้องทำ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจ พร้อมให้อภัย และนำมาซึ่งความปรองดอง รวมทั้งร่วมมือกันป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก / ซึ่ง TIJ และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC เพิ่งเปิดตัวคู่มือกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ฉบับที่ 2 เมื่อไม่นานมานี้เอง

ข่าวล่าสุด