'สมคิด' สั่งเร่งเครื่องแผนลงทุน PPP
26 มิ.ย. 2563 | tananya_nak

คณะกรรมการ PPP เห็นชอบกฎหมายลำดับรอง ภายใต้ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 รองรับการเสนอโครงการอย่างครบถ้วนพร้อมเร่งรัดโครงการในกลุ่ม High Priority ตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน
ข่าว
26 มิ.ย. 2563 | tananya_nak

คณะกรรมการ PPP เห็นชอบกฎหมายลำดับรอง ภายใต้ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 รองรับการเสนอโครงการอย่างครบถ้วนพร้อมเร่งรัดโครงการในกลุ่ม High Priority ตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน
นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ PPP ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563 ณ กระทรวงการคลัง โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีผลการประชุมสรุปได้ดังนี้
1. คณะกรรมการ PPP ได้เห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 ในเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 (สำหรับโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกฎหมายลำดับรองที่ใช้สำหรับการเสนอโครงการครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน
2. คณะกรรมการ PPP ได้เร่งรัดความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 2570 ของโครงการร่วมลงทุนที่มีความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน (High Priority PPP Project) จำนวน 18 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 472,050 ล้านบาท* เพื่อให้โครงการดังกล่าวมีความพร้อมในการเสนอโครงการต่อคณะกรรมการ PPP ได้ตามแผนงาน รวมทั้งคณะกรรมการ PPP ได้เน้นการส่งเสริมการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการที่ตอบสนองกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ เช่น ด้านสาธารณสุข ด้านธุรกิจบริการ ด้านโลจิสติกส์ และด้านดิจิทัล เป็นต้น
3. คณะกรรมการ PPP ยังได้วินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 ตามมาตรา 20 (9) ตามที่มีหน่วยงานหารือในกรณีปัญหาข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ความคืบหน้าโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 2570 เทียบกับข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานในช่วงกรกฎาคมปี 62 ประเมิน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 63 พบว่าจำนวนโครงการร้อยละ 72 มีความล่าช้าจากแผน และหากคิดจากมูลค่าโครงการ ร้อยละ 95 มีความล่าช้าจากแผน โดยคณะกรรมการ PPP ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ติดตาม เร่งรัด และสนับสนุนในกระบวนการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเพื่อให้โครงการข้างต้นสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ตามแผนต่อไป