จากที่ผ่านมา ทุกครั้งที่รัฐบาล โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ประกาศผ่อนคลายมาตรการให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนมีความคล่องตัวบนพื้นฐานของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ที่ปัจจุบันกำลังเข้าสู่การผ่อนคลายในเฟสที่ 5 แล้ว
วันที่ 26 มิ.ย.2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองโฆษก ตร.) กล่าวถึงการผ่อนคลายในระยะที่ 5 ว่า ในอาทิตย์หน้าคงมีความชัดเจนว่ากิจการหรือกิจกรรมใด ที่จะได้รับการผ่อนคลายบ้าง และจะต้องมีเงื่อนไขอย่างไร เช่น การลงทะเบียนก่อนเข้าร้าน การเว้นระยะห่างทางสังคม การจำกัดคนเข้าภายในร้าน หากมีความชัดเจนแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยร่วมปฏิบัติก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้กำชับมาโดยตลอด ให้ถือว่าการขับเคลื่อนนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขอให้ทุกคนการ์ดอย่าตก แม้ที่ผ่านมา 31 วันจะไม่มีผู้ติดเชื้อเลย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราปลอดภัย 100%
กรณีสถานบันเทิง ซึ่งมีความเสี่ยง ต้องให้ตำรวจแต่ละท้องที่เข้าไปกำชับดูแลอยู่แล้ว แต่ต้องรอให้มีประกาศอย่างชัดเจนว่าการปลดล็อคระยะที่5 คืออะไร อะไรที่สามารถทำได้ ทำไม่ได้ ซึ่งต้องรอความชัดเจนของนโยบายก่อน
สำหรับการจราจรที่กลับมาเป็นปกตินั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ปกติเราจะคุ้นชินกับสภาพการจราจรหนาแน่นอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีประกาศเคอร์ฟิว เมื่อกลับมาสู่ภาวะปกติก็แน่นอนว่าต้องเผื่อเวลาออกจากบ้าน การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร เราทำงานหนักมาโดยตลอด จึงอยากให้ผู้ประกอบการ กิจการห้างร้านต่างๆ ไปศึกษากฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ ที่เคยผ่อนผันให้วิ่งบางเวลาได้ แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้แล้ว รวมทั้งให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ไปเจอรถติดด้วย