โดยโพสต์ของ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ระบุข้อความไว้ดังนี้.....เรียน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
หลังจากที่ผมร้องเรียนโครงการรัฐ โครงการหนึ่งไปว่ามีความไม่โปร่งใส ผมก็ถูกดำเนินคดีจำนวนหลายคดี ถูกหมายจับ รวบตัวไปอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่ผมมีที่อยู่แน่นอน และก็พร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนขอออกหมายจับวันเว้นวัน สิ่งที่ผมสงสัยเหตุใดนายอัจฉริยะฯ ซึ่งเป็นคู่กรณีกับผม ถึงสามารถเข้าร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.สุพัฒน์ เชยชิด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในเรื่องที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีผม นายอัจฉริยะฯ มีตำแหน่งหน้าที่อะไรในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำไมถึงเสนอหน้าไปประชุมทุกที่ ที่มีการดำเนินคดีผม แล้วแบบนี้ผมจะได้รับความยุติธรรมได้อย่างไร ประชาชนไม่มีสิทธิตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการของตำรวจเลยเหรอครับ ขนาดตอนนี้ผมหยุดแล้ว แต่พวกท่านยังไม่หยุดเลย
#อยากเป็นทนายให้เรียนนิติ
#อยากเป็นตำรวจให้ไปเรียนนายร้อย
#อย่ามาทำตัวครึ่งๆกลางๆแบบนี้
โพสต์ต้นฉบับ
ล่าสุดทีมข่าวเนชั่น ทีวี ออนไลน์ ได้ติดต่อสัมภาษณ์กับ "นาย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์" เรื่องโพสต์ของ ทนายตั้มโดย นาย อัจฉริยะได้เล่าถึงเหตุการณ์ในรูปว่า "เป็นรูปจากวันที่ 6 มีนาคม 2563 ที่คณะกรรมการ ตํารวจภูธรภาค 7 โดยพลตำรวจเอก สุพัฒน์ เชยชิด ที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนในการ ทำคดี 100/2 เชิญผมไปให้ถ้อยคำ แจ้งข้อหา เพิ่มเติมกับ สารวัตรสภ.กระทุ่มแบน โดยระหว่างที่สอบปากคำ มีรองผู้การฯ ท่านหนึ่งแอบถ่ายรูปเอาไว้ และส่งให้กับทนายตั้ม(ษิทรา เบี้ยบังเกิด) มาดิสเครดิตผม"
โดย "นาย อัจฉริยะ" ยืนยันว่ามีหลักฐานทุกอย่างว่าตนไปให้ปากคำ ไม่ใช่การไปเข้าประชุมอย่างที่ ทนายตั้ม โพสต์ พร้อมบอกอีกด้วยว่า รูปนั้นตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2563 นี้เดือนอะไร ทำไมถึงพึ่งเอามาปล่อย!