สำหรับแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทย นายพิชัย ระบุว่า คือการจัดสรรงบประมาณให้ประเทศพัฒนาเข้ากับอนาคตของโลก ซึ่งในช่วงนี้ที่งบประมาณปี 2564 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ก็อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลได้ริ้องบประมาณเพื่อจัดสรรใหม่ทั้งหมด เพราะการยึดติดการจัดสรรแบบเดิมตลอด 6 ปี เศรษฐกิจไทยก็จะยังคงแย่เหมือนเดิม งบประมาณปี 2564 จะขาดดุลอีก 623,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะกู้เงินเกินงบประมาณแล้วกว่า 4 ล้านล้านบาท และจะทำหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 7.7 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจกลับย่ำแย่ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดสรรและการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ การทำงบประมาณขาดดุลปี 2564 จะทำให้หนี้สาธารณะของไทยเพิ่มสูงขึ้นเกินกรอบ 60% แต่เศรษฐกิจไทยกลับไม่ดีขึ้น และอาจจะแย่ลงด้วย งบประมาณทางการทหารและด้านอื่นไม่จำเป็น จะต้องถูกตัดลงให้มากที่สุด เพื่อมาใช้ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น และจะต้องเป็นเศรษฐกิจสำหรับอนาคตในโลกยุคใหม่ด้วย ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ทำไม่ได้และไม่มีความรู้เพียงพอ ก็ควรเสียสละลาออกเพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาทำแทน เพราะภาวะเศรษฐกิจต่อไปนี้ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่ใช่มือสมัครเล่นที่ยอมรับเองว่าไม่เก่ง ซึ่งจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยเสียหายมากขึ้น