เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้นำ "สิงคโปร์" อ้าง "โควิด-19" ฉวยโอกาสเลือกตั้งใหม่?

24 มิ.ย. 2563 | nattaphon_jan

ผู้นำ "สิงคโปร์" อ้าง "โควิด-19" ฉวยโอกาสเลือกตั้งใหม่?

"การเลือกตั้งในตอนนี้ที่สถานการณ์ค่อนข้างมีสเถียรภาพจะเป็นการล้างไพ่และให้รัฐบาลชุดใหม่มีเวลา 5 ปีเต็ม เพื่อที่รัฐบาลจะได้มุ่งเน้นวาระแห่งชาติและการตัดสินใจอันยากลำบากที่จำเป็นต้องทำ เราไม่ควรหลอกตัวเองว่าเราเอาชนะโควิด-19 ได้แล้ว นี่เป็นแค่จุดจบของช่วงเริ่มต้น การต่อสู้ดิ้นรนยังอีกยาวไกล"

นี่คือส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงโดยนายกรัฐมนตรีลีเซียน ลุง ผู้นำประเทศสิงคโปร์เมื่อวานนี้ ที่ประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 10 กรกฎาคม หรืออีกไม่ถึง 3สัปดาห์ข้างหน้า


ลี เซียน ลุง อ้างว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในสิงคโปร์ตอนนี้ดีขึ้นจนทำให้เขามั่นใจว่าการเลือกตั้งและการหาเสียงสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และตอนนี้สิงคโปร์ต้องการรัฐบาลชุดใหม่เพื่อมารับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากโควิด-19ซึ่งยังไม่มีใครล่วงรู้ว่า โลกของเราจะเอาชนะโรคร้ายนี้ได้เมื่อไหร่


อันที่จริงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งก่อนกำหนดของสิงคโปร์ได้ถูกพูดถึงมาสักพักหนึ่งแล้วแล้วทำไมลี เซียน ลุง ถึงคิดว่าช่วงเวลาในตอนนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับการเลือกตั้ง


3 เหตุผลที่อาจอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญของผู้นำสิงคโปร์ได้แก่

1. ลี เซียน ลุง ต้องการสืบทอดอำนาจโดยเขาอยู่ในตำแหน่งนายกฯ มาตั้งแต่ปี 2547 และนี่จะถือเป็นการลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งที่ 4ของเขา ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในยุคโควิด-19 ก็เต็มไปด้วยข้อจำกัด อย่างเช่นการปราศรัยใหญ่หรือการลงพื้นที่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่เหมือนในอดีตซึ่งปัจจัยนี้เองที่ถูกมองว่า อาจทำให้พรรคกิจประชาชนหรือพรรค PAP ที่เป็นรัฐบาลมาตลอด 55 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศได้เปรียบเหนือพรรคฝ่ายค้านทั้ง 12 พรรค เพราะรัฐบาลมีทั้งบุคลากรและทรัพยากรที่พร้อมกว่าการสืบทอดอำนาจในตอนนี้จึงง่ายขึ้น



2. ต้องการส่งไม้ต่อให้กับผู้นำคนใหม่ลี เซียน ลุง เคยประกาศไว้ชัดเจนว่า เขาต้องการลงจากตำแหน่งผู้นำตอนอายุ 70 ปี ปัจจุบันเขาอายุ 68 นั่นก็หมายความว่า สิงคโปร์กำลังจะมีผู้นำคนใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ลี เซียน ลุงย่อมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าการส่งไม้ต่อจะเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุด

3. คะแนนนิยมที่ผ่านมาพรรครัฐบาลไม่เคยได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ มาคราวนี้ลี เซียน ลุง ก็คงมั่นใจว่ารัฐบาลกำลังมีคะแนนนิยมเป็นที่น่าพอใจ สังเกตได้จากมาตรการรับมือโรคโควิด-19ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลกในด้านความรวดเร็วในการสอบสวนโรคอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการควบคุมโรคขณะที่ในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลสิงคโปร์ก็ได้ออกงบประมาณช่วยเหลือเยียวยาแล้วถึง 4ก้อน รวมกว่า 2 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนราว 20 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี


การเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้สิงคโปร์กลายเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่จัดการเลือกตั้งใหญ่นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 โดยนอกเหนือจากการตรวจอุณหภูมิสวมหน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคมแล้ว ทางการสิงคโปร์ก็ยังมีมาตรการอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและปลอดโรคไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้งกว่า 200 หน่วย จาก880 เป็น 1,100 หน่วย, การกำหนดช่วงเวลาในการใช้สิทธิ์ของแต่ละคนภายในกรอบ2 ชั่วโมงโดยให้กลุ่มผู้สูงอายุใช้สิทธิ์ก่อนเป็นกลุ่มแรก,ไปจนถึงการตั้งหน่วยเลือกตั้งพิเศษสำหรับผู้เข้ารับการกักตัว


ผู้นำ "สิงคโปร์" อ้าง "โควิด-19" ฉวยโอกาสเลือกตั้งใหม่?

ส่วนฝั่งของพรรคการเมืองนั้นไม่สามารถจัดปราศรัยซึ่งเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมากได้การลงพื้นที่เคาะประตูก็รวมกลุ่มได้ไม่เกิน 5 คน ทำให้คราวนี้พรรคการเมืองต้องปรับตัวด้วยการหาเสียงผ่านการไลฟ์สดในโลกออนไลน์แทนนอกจากนี้ทางกกต.สิงคโปร์ก็ได้เพิ่มช่องทางให้ผู้สมัครแต่ละคนหาเสียงผ่านทางฟรีทีวีได้คนละ 3 นาทีด้วย

การเลือกตั้งของสิงคโปร์รอบนี้ทุกฝ่ายยังคงมั่นใจว่าพรรครัฐบาลจะสามารถกำชัยชนะได้อีกครั้งอย่างแน่นอน แต่คำถามก็คือรัฐบาลจะชนะด้วยคะแนนเสียงที่มากหรือน้อยกว่าการเลือกตั้งรอบที่แล้ว และต่อจากนี้รัฐบาลชุดใหม่จะทำอย่างไรเพื่อนำพาสิงคโปร์ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ข่าวล่าสุด