เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่งออกพ.ค.ติดลบหนัก 22.5% ต่ำสุดรอบ 130 เดือน

24 มิ.ย. 2563 | orawan_jan

ส่งออกพ.ค.ติดลบหนัก 22.5% ต่ำสุดรอบ 130 เดือน

ส่งออกพ.ค.63 ทำได้มูลค่า 16,278.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ลดลง 22.50% ลดมากสุดในรอบ 130 เดือน หลังถูกผลกระทบโควิด-19 ฉุดส่งออกสินค้าวูบ คาดยอดทั้งปีน่าจะติดลบ 5% หรือต่ำกว่า

(24 มิถุนายน 2563) น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่าการส่งออกเดือนพ.ค.2563 มีมูลค่า 16,278.39 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 22.50%โดยมูลค่าลดลงมากที่สุดในรอบ 4 ปี นับจากเม.ย.2559 ที่การส่งออกมีมูลค่า 15,609.3ล้านเหรียญสหรัฐ และอัตราขยายตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 130 เดือนส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 13,583.81 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 34.41% เกินดุล 2,694.58ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า97,898.69 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.71% นำเข้ามูลค่า 88,808.13 ล้านเหรียญสหรัฐลดลง 11.64% โดยเกินดุลการค้า 9,090.56 ล้านเหรียญสหรัฐ


ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น เพราะมีการกระจายไปทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ทำให้การผลิตและการบริโภคหดตัวซึ่งต่างจากตอนน้ำท่วมที่กระทบด้านการผลิตเป็นหลัก ทำให้ฟื้นตัวได้เร็วและยังได้รับผลกระทบจากการขนส่งที่ยังไม่เพียงพอและค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทำให้ผู้นำเข้าชะลอการสั่งซื้อ แม้จะมีความต้องการสูง ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะปรับตัวสูงขึ้นแต่ก็ยังไม่มาก กระทบต่อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และเงินบาทเริ่มแข็งค่ามีผลกระทบต่อการแข่งขันของสินค้าไทย








ทางด้านสินค้าส่งออก สินค้าอุตสาหกรรมลดลง 27%เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลด 62.6% สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ลด 33.2%อัญมณีและเครื่องประดับ ลด 68.6 คอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลด 21.3%ผลิตภัณฑ์ยาง ลด 22.2% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบลด 39.5% แต่ทองคำ เพิ่มสูงถึง 735.1%อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไอโอด เพิ่ม 29.1% เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเพิ่ม 5% ส่วนสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่ม 2.5% เช่น ผักผลไม้สดแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 83.5% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่ม 8%อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 5.6% อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 17%ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 13% แต่ยางพารา ลด42% น้ำตาลทราย ลด 25.4% ข้าว ลด 4%

"แม้กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมจะลดลงแต่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ที่ตอบโจทย์ความต้องการในช่วงล็อกดาวน์ของโลกยังคงขยายตัวได้ดี และทำให้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 22.7%จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 17.1% ของการส่งออกทั้งหมดทำให้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหารและยังทำให้รายได้กระจายลงสู่เกษตรกร และเศรษฐกิจฐานราก"น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว



สำหรับตลาดส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่งผลให้ความต้องการสินค้าลดลง โดยตลอดหลัก ลด 25.9% ส่งออกไปสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป (15 ประเทศ) ลด 17.3% , 24.2% และ 40% ตามลำดับ ตลาดศักยภาพสูงลด 21.3% จากการลดลงของอาเซียนเดิม 5 ประเทศ 27.9% CLMV ลด28% อินเดีย ลด 76% ฮ่องกง ลด 19.3% เกาหลีใต้ ลด 32.9% ไต้หวัน ลด 24.1% แต่จีนเพิ่ม 15.3% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และตลาดศักยภาพระดับรอง ลด 36.3%จากการลดลงของทวีปออสเตรเลีย 18% ตะวันออกกลาง ลด 30.6% แอฟริกา ลด 26.1%ลาตินอเมริกา ลด 21.5% สหภาพยุโรป (12 ประเทศ) ลด 9% กลุ่ม CIS รวมรัสเซียลด 49.9% แคนาดา ลด 29.5% ตลาดอื่นๆ เพิ่ม 263.5%จากการเพิ่มขึ้นของสวิสเซอร์แลนด์ 433%


น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยแม้จะติดลบมาก แต่ก็ทำได้ดีกว่าหลายประเทศ และน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้วโดยคาดว่าความต้องการสินค้าของประเทศต่างๆ จะเพิ่มขึ้นในเดือนต่อๆ ไปแต่การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะมีการกลับมาระบาดรอบ 2ของโควิด-19 หรือไม่และยังมีปัญหาการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ยังไม่คล่องตัวโดยหากการส่งออกจากนี้ไป ทำได้เฉลี่ยเดือนละ 1.7-1.8 ล้านเหรียญสหรัฐการส่งออกทั้งปีจะติดลบ 5% แต่ถ้าทำได้มากกว่าการติดลบก็จะน้อยลง

ข่าวล่าสุด