กระทรวงสาธารณสุขของบัลแกเรีย เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี บอยโก บอริสซอฟ จะต้องเสียค่าปรับจากการเยี่ยมโบสถ์แห่งหนึ่งโดยไม่สวมหน้ากากเมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐบาลเพิ่งกลับมาบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากในสถานที่สาธารณะในร่มอีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อ กลับมาเพิ่มสูงขึ้นนับจากคลายล็อกดาวน์เดือนนี้ โดยนายกรัฐมนตรี คณะเจ้าหน้าที่ นักข่าวและช่างภาพที่ร่วมติดตามวันนั้น จะต้องเสียค่าปรับคนละ 300 เลฟ หรือเกือบ 5,400 บาท
ที่ผ่านมาผู้นำวัย 61 ปี ไม่เคยสวมหน้ากากเลย นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ และจนถึงขณะนี้บัลแกเรียมีผู้ติดเชื้อรวม 3,984 คน และมีผู้เสียชีวิต 207 คน ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์มีรายงานว่า พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง ก็ถูกปรับเงินรายละ 3,000 เลฟ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเว้นระยะห่างจากการจัดการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเมื่อเร็วๆนี้
ขณะเดียวกัน ศาลบราซิลมีคำสั่งเมื่อวันอังคารให้ประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนาโร ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่ให้ทุกคนสวมหน้ากากในที่สาธารณะครอบคลุมพื้นที่ในกรุงบราซีเลียและปริมณฑล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะหลายครั้ง โดยไม่สวมหน้ากากหรือสวมอย่างไม่ถูกต้องขณะอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างใกล้ชิดข้อบังคับสวมหน้ากากมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 เม.ย. และต่อมาวันที่ 11 พ.ค. เพิ่มโทษปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนวันละ 2,000 เรอัล หรือเกือบ 12,000 บาท และคำสั่งศาลเมื่อวานนี้หมายความว่า ประธานาธิบดีไม่ได้รับสิทธิยกเว้นและอาจต้องเสียค่าปรับหากฝ่าฝืน โบลโซนาโร ถูกวิจารณ์มาตลอดเรื่องความล้มเหลวในการรับมือการระบาด ที่ขณะนี้รุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลก มีผู้ติดเชื้อเกินกว่า 1.1 ล้านคนและผู้เสียชีวตกว่า 51,000 คน