นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ยังมีเทคนิคใหม่ในการพยายามนำกฎหมายอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมมาจัดการคนที่เห็นต่าง เช่น กลุ่มของนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ แกนนำกลุ่มนักศึกษาที่ผูกโบว์ขาว แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ก็ถูกแจ้งข้อหาตามกฎหมายความสะอาด ส่วนผู้ชุมนุมเรื่องประกันสังคม ก็โดนความผิดฐานการกระทำอนาจาร ถือเป็นการใช้อำนาจผิดจากวัตถุประสงค์กฎหมายทั้งที่การจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์นั้นถือเป็นการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิ์เสรีภาพการแสดงออกพวกเราไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายหรือเป็นพิษภัยต่อความมั่น
ขณะที่วานนี้(23 มิ.ย.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดเรื่องการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนั้น ก็เพื่อการควบคุมโรคไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง แต่สิ่งที่เกิดคือการจับกุมผู้ที่มาชุมนุมหรือทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ตอนนี้ก็ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ชุมนุมเมื่อเช้านี้ และที่กำลังจะเกิดตอนเย็นบนสกายวอร์ค จะถูกดำเนินคดีอีกกี่คน ส่วนนี้เองทำให้เหตุผลของการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยอ้างเรื่องควบคุมโรคจึงฟังไม่ขึ้นด้านนายปิยรัฐ กล่าวว่า ทั้งที่หมายจับออกตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนก็ใช้ชีวิตปกติ ตามทำงานไปในภาคอีสานเรื่อยมา กระทั่งวันนี้(24 มิ.ย.) มีหมายจับ จึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจชนะสงคราม จากนี้ก็จะเดินทางไป สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์ เพื่อรับโทษเปรียบเทียบปรับ
อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการถูกหมายจับเรื่องชุมนุมนั้น ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนเรื่องการแสดงออก ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตอนนี้ไม่มีความกังวลเท่าใดนัก แต่เชื่อว่าจะต้องมีผู้อื่นถูกจับอีก ประชาชนทั่วไปอาจต้องระวังตัวมากขึ้น