พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ร.4 ) ยึดอาวุธปืนสงคราม เช่น เอ็ม 16, เอ็ม 79, อาร์ก้า, ปืนกล และวัตถุระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง ได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมควบคุมตัวชายไทย 2 คน ว่า ฉก.ร.4 เป็นหน่วยปฏิบัติในการเข้าไปจับกุม ข้อมูลที่มีเป็นเพียงข้อมูลในเบื้องต้น ต้องรอตำรวจสอบสวนขยายผล ซึ่งได้ส่งตัวทั้ง 2 คนไปที่ส่วนกลางแล้ว เพื่อให้ตำรวจสืบสวนหาข้อมูลเชิงลึกต่อไป โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธต่างๆที่ยึดได้ ว่าจะเกี่ยวข้องกับการนำไปก่อความไม่สงบฯ หรือไม่ เพราะอาวุธบางประเภท เช่น เอ็ม 79 ในอดีตก็เคยมีประวัติในการนำไปใช้ก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ การหาซื้อไม่ยากนัก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นในเรื่องของการนำอาวุธเพื่อไปแลกยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งในการจับค้าอาวุธสงครามก็จะมีกรณีแบบนี้อยู่ แต่ทั้งหมดต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผู้ต้องหาเป็นคนไทย ไม่ใช่ต่างด้าว คงซักถามและสอบสวนได้ตามปกติ
ในขณะที่ แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้ทหารตรวจสอบกรณีนี้เป็นการเร่งด่วนอีกทาง และสั่งให้ขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนทางตำรวจก็อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด และสอบปากคำผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าอาวุธสงครามจำนวนมากมาจากที่ใด เป็นของทหารที่สูญหายไปหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่มีการชุมนุมที่ผ่านมา โดยต้องตรวจสอบเลขทะเบียนที่ติดอยู่กับอาวุธและกระสุนปืนทั้งหมด ส่วนที่มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองก็อาจเป็นไปได้ เพราะช่วงเวลาตรงกับช่วงวันสัญลักษณ์พอดี แต่หากวิเคราะห์ลึกๆ แล้ว ถ้าเกี่ยวข้องกับการเมืองจริงๆ อาวุธสงครามที่มักจะจับกุมได้ในจังหวัดปริมณฑลใกล้ๆ กทม. มากกว่าจังหวัดที่อยู่ตามชายแดน แต่ทั้งนี้ทางฝ่ายทหารจะมีการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณชายแดนต่อไป