ทันทีที่นางทองใส และญาติๆทราบข่าวว่า ลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตาย และ
ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รอง สว. (สืบสวน)
สน.วังทองหลาง สามีนางสาวพิมชฎาพร รับสารภาพแล้ว ว่าก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกันกับลูกสาว จึงใช้ปืนขู่ และมีการแย่งปืนกันจนเป็นเหตุให้ปืนลั่นใส่ลูกสาวเสียชีวิต ทำให้ญาติรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง เพราะผู้ก่อเหตุยอมรับสิ่งที่กระทำแล้ว แต่ยังคงไม่เชื่อกับคำสารภาพ ร.ต.อ.ทรงกลด ทั้งหมด เพราะเชื่อว่าน่าจะไม่ใช่การแย่งกันจนปืนลั่น
นางทองใส ภูคงน้ำ อายุ 56 ปี แม่ของนางสาวพิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือน้องนุ่มนิ่ม กล่าวว่า ตนและครอบครัวไม่เชื่อตั้งแต่แรกแล้วว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีสาเหตุ ไม่มีอาการซึมเศร้า และไม่มีแรงจูงใจอะไร ที่จะคิดสั้นแบบนี้ อีกทั้งลูกสาวยังมีลูกที่ยังเล็กและต้องเลี้ยงดูอยู่ ประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีพิรุธหลายอย่าง และก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกับสามีบ่อยครั้งจึงทำให้เชื่อว่าไม่ได้ฆ่าตัวตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนและญาติยังกลัวว่า สักวันหนึ่งอาจจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ก็มาเกิดขึ้นจริงๆ
นางทองใส กล่าวอีกว่า การที่ ร.ต.อ.ทรงกลด ที่รับสารภาพว่า เอาปืนมาขู่แล้วเกิดแย่งปืนจนปืนลั่นนั้น เชื่อว่าวิญญาณลูกสาว ช่วยให้สามีสารภาพ ในสิ่งที่ตนเองทำขึ้น ตามที่แม่เคยบอกไว้ เมื่อครั้งไปรับศพออกมาที่โรงพยาบาล แต่ตนและครอบครัวยังคงไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ ลูกสาวกับสามีเคยทะเลาะกันรุนแรง ถึงขึ้นลงมือและเอาปืนมาจ่อหัว รวมทั้งขู่ทำร้ายลูกสาวมาแล้ว เมื่อครั้งที่ลูกสาวทะเลาะแล้วพาลูกมาอยู่ที่บ้าน จึงอยากให้ ร.ต.อ.ทรงกลด พูดความจริงออกมาให้หมด เพราะการเป็นลูกผู้ชายและยังเป็นตำรวจนั้น กล้าทำแล้วต้องกล้ารับ ในส่วนของคดีต่อไปนี้ ก็คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย รับโทษสูงสุด ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ได้รับผลกรรม ส่วนตนและครอบครัวไม่ขออโหสิให้ และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันอีก และหากเป็นไปได้ จะเอาหลานสาววัย 2 ขวบมาเลี้ยงเอง ส่วนพิธีบำเพ็ญกุศลศพลูกสาวนั้น จะสวด 3 คืน และคาดว่าจะทำการฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายนนี้