ทีมข่าวเศรษฐกิจลงพื้นที่ย่านบางลำพู แหล่งจำหน่ายเสื้อผ้า-เครื่องแบบนักเรียน พบว่าผู้ปกครองและนักเรียนทยอยเดินทางมาเพื่อจับจ่ายซื้อหาเสื้อผ้าเครื่องแบบนักเรียนเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดภาคเรียน บรรยากาศยังไม่คึกคักเหมือนปีก่อนๆ
ด้านผู้ประกอบการร้านขายชุดนักเรียนบอกว่า ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ยอดขายของทางร้านลดลง 10% ลูกค้าบางคนอาจใช้เครื่องแบบเก่าที่พอใช้ได้อยู่ไปก่อนเพื่อเป็นการประหยัด ซื้อชุดใหม่น้อยลง ทางร้านจึงปรับตัวด้วยการสั่งสินค้ามาสต๊อกน้อยลงเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มช่องทางการขายบนออนไลน์เพื่อความสะดวกของลูกค้า ส่วนราคาของยังปกติไม่มีการขึ้นราคาเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้า
ด้านผู้ปกครองที่มาซื้อชุดนักเรียนบอกว่า ปีนี้รายได้ลดลงจากผลกระทบจากโควิด19 ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น จะเลือกซื้อเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนชุดเก่าที่ยังใช้ได้ก็ใช้ต่อไป ด้านราคาร้านค้าไม่ได้ปรับขึ้นซึ่งถือว่าเป็นการช่วยลูกค้าได้อีกทางหนึ่งขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์สถานการณ์ช่วงเปิดเทอมใหม่ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และสะท้อนภาพบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วง เปิดเทอมปี 2563 แตกต่างจากปีก่อนๆ วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ปกครองบางกลุ่มที่ภาคธุรกิจต้องปิดตัว ซึ่งนับเป็นช่วงยากลำบากของผู้ปกครองในมุมของการใช้จ่ายเพื่อการศึกษา เพราะกว่า 88.9% กังวลต่อสภาพคล่องทางการเงินที่นำมาใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม เช่น เงินออมไม่เพียงพอ
ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ ผู้ปกครองในกรุงเทพและปริมณฑลอาจต้องใช้จ่ายสำหรับด้านการศึกษา ซึ่งรวมตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษากว่า 28,260 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น เพราะผู้ปกครองมีการลดค่าใช้จ่ายลง ซื้อเฉพาะเท่าที่จำเป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายเครื่องแบบนักเรียน