เนชั่นทีวี

ข่าว

"ผบ.ทสส."เผยคำชมนายกฯถึงตำรวจ '80 วันทำงานหนัก ไร้ร้องเรียน'

18 มิ.ย. 2563 | sitthichai_nak

"ผบ.ทสส."เผยคำชมนายกฯถึงตำรวจ '80 วันทำงานหนัก ไร้ร้องเรียน'

พล.อ.พรพิพัฒน์ ในฐษนะ ผอ.ศปม. นำคำขอบคุณจาก "นายกฯ" ถึงกำลังพล 4 หมื่นนายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่คือหน่วยงานสำคัญ กับงานระงับโควิด-19 ไม่ให้แพร่ระบาด ทำงานหนักมา 80 วัน รักษาความสงบ ตอบสนองงานสาธารณสุข ไร้ข้อร้องเรียน

วันที่ 18 มิ.ย.2563 ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีพล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมหารือกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พร้อมนายตำรวจระดับสูง ในการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หลังรัฐบาลประกาศยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิว 


ทั้งนี้ พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19   รวมถึงติดตามความคืบหน้าการทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) โดยมีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ให้การต้อนรับใช้เวลาตรวจเยี่ยมประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น


"ผบ.ทสส."เผยคำชมนายกฯถึงตำรวจ '80 วันทำงานหนัก ไร้ร้องเรียน'

 

ภายหลังการตรวจเยี่ยม ศปม.ตร. พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ก็เพื่อให้กำลังใจศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงในงานส่วนของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการระงับการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ตั้งแต่วั 26 มี.ค.ถึงปัจจุบัน ซึ่งการมาในครั้งนี้ได้นำคำขอบคุณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวนการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ม อบให้กำลังพลตำรวจทุกนาย ที่ได้ร่วมกันรักษาความสงบของประชาชน และระงับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 


ตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนถึงปัจจุบัน รวมเวลาทั้งสิ้นประมาณ 80 วัน ผลการปฏิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แสดงถึงการตอบสนองความต้องการและงานที่ได้รับมอบหมายด้านสาธารณสุข ทั้งการตั้งด่านตรวจโควิด-19 ด่านเคอร์ฟิวกำลังพล  4 หมื่นกว่านายจากทั่วประเทศถูกนำไปจัดตั้ง 1,600จุดตรวจ ออกปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันถือว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนสำคัญในการระงับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 


"ผบ.ทสส."เผยคำชมนายกฯถึงตำรวจ '80 วันทำงานหนัก ไร้ร้องเรียน'


แม้ปัจจุบัน รัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ปรับรูปแบบการปฏิบัติงานในการจัดตั้งจุดตรวจที่จำเป็นกับเพิ่มขีดความสามารถในการออกตรวจตรา ค้นหาเป้าหมาย ป้องปรามผู้ก่ออาชญากรรมการชุมนุม หรือกิจกรรมต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเป็นการปรับบทบาทเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวตอบคำถามสื่อ การทำงานของศปม .หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า ตำรวจจะยังเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามปกติ ไม่มีการถ่ายโอนอำนาจใดๆ ทัั้งสิ้น หากมีการเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนก็กลับไปใช้กฎหมายที่มีอยู่เดิม ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง หลังไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินนนั้น พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม ที่ไม่ทำผิดกฎหมายที่กำหนด ก็สามารถกระทำได้


เมื่อถูกถามให้ประเมินสถานการณ์ขณะนี้ว่าควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่  พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนขอตอบในกรอบของสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดได้ สิ่งสำคัญที่สุด ที่นายกรัฐมนตรีพยายามเน้นย้ำคือประเทศต้องเดินต่อไปได้ ผู้คนต้องทำมาหากินได้ เศรษฐกิจต้องเจริญเติบโตเป็นปกติ เราก็ประเมินว่าอะไรก็ตามที่สามารถลดหย่อนการเข้มงวดเพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ รัฐบาลพยายามจะเน้นแบบนั้น


"ผบ.ทสส."เผยคำชมนายกฯถึงตำรวจ '80 วันทำงานหนัก ไร้ร้องเรียน'


ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหารตำรวจ พยายามที่จะยืดหยุ่นขั้นตอนต่างๆ เพื่อไม่ให้ไปกระทบการทำมาหากิน ยกตัวอย่าง ตลอด 80 วัน จะไม่พบว่าตำรวจปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เดือดร้อน รำคาญ ทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างสุขุม สุภาพ นุ่มนวล ไม่มีการร้องเรียนว่ากระทำเกินหน้าที่ รุนแรงเกินกว่าเหตุ นายกฯ ก็ได้ให้คำชมเชยผ่านตนเองมามอบให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปบอกต่อกำลังพลทุกนาย ในเรื่องของตำรวจทหารยืนยันว่า เรามีหน้าที่บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มาที่สุด เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจด้วย เรารู้ว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งที่หาเช้ากินค่ำ ประสบความลำบากจากมาตรการที่รัฐได้กำหนดขึ้น ทหารตำรวจก็พยายามจัดโครงการปันสุข จัดโครงการอาหารฟรีจากตำรวจ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน


 "ประเทศไทยได้แสดงให้ชาวโลกได้เห็นว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการร่วมแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดได้อย่างดี มาตรการที่กำหนดขึ้น ประชาชนทุกคนเชื่อถือและปฏิบัติตาม เป็นความสอดคล้องและกลมเกลียว หากเรานำความกลมเกลียวนี้ไปทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ อยากให้ทุกคนมองเห็นอนาคต ได้ร่วมใจอย่างที่เป็นอยู่ เพราะประเทศไม่สามารถเติบโตได้ด้วยความเกลียดชัง แต่เติบโตด้วยความกลมเกลียว" พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด