ด้าน นางภัชราพร สะอาด อายุ 28 ปี พยาบาลวิชาชีพ ซึ่งเป็นลูกจ้างรายเดือน กลุ่มงานอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงประจำอำเภอวารินชำราบ กล่าวว่า ช่วงที่เกิดโรคระบาดโควิด 19 พวกตนที่ปฏิบัติงานประจำห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นด่านหน้าที่ต้องเจอกับผู้ป่วยที่อาจติดเชื้อโรคระบาดก่อนเจ้าหน้าที่พยาบาลกลุ่มใด ก็ได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 เดือน เพราะมีความหวังจะได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการเหมือนรุ่นพี่ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว
บางคนมีลูกเล็ก หรือมีแม่ที่นอนป่วยอยู่ห้อง ไอซียู ก็ไม่ได้กลับบ้านไปเยี่ยมเยือนดูแล เพราะต้องการตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เพื่อควบคุมโรคให้ได้ตานโยบายของรัฐบาล แต่เมื่อมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุในรอบแรกออกมา ทำให้รู้สึกท้อแท้ที่ไม่มีรายชื่อได้รับการบรรจุ แม้จะมาทำงานก่อนรุ่นน้อง 2-3 ปี
เมื่อสอบถามไปยังผู้ใหญ่ในโรงพยาบาล ก็ได้รับคำตอบไม่ชัดเจนขอให้รอในรุ่นต่อไป จึงต้องการความชัดเจนถึงกระบวนการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการบรรจุ จึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับทางจังหวัด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ให้เจ้าหน้าที่และพยาบาลที่มีรายชื่อตกหล่นทั้งหมด รวบรวมรายชื่อทำเป็นหนังสือยื่นกลับมายังจังหวัด เพื่อจังหวัดจะนำรายชื่อแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุข ให้พิจารณาบรรจุเข้าเป็นข้าราชการเป็นกลุ่มแรก เพื่อสร้างความมั่นใจแก่พยาบาลกลุ่มนี้ด้วย
ขณะที่ แหล่งข่าวคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลทั้งสองแห่ง นอกจากการจัดส่งรายชื่อไม่เรียงลำดับแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บเอกสารการประกอบวิชาชีพของผู้มีคุณสมบัติ ทั้งจากโรงพยาบาลต้นทางและปลายทางที่กระทรวงสาธารณสุขไม่เรียบร้อย ทำให้รุ่นน้องที่จบใหม่ ที่มีเอกสารพร้อมได้รับการบรรจุเข้าไปรุ่นแรกให้ทันวันที่ 29 มิถุนายนนี้
ส่วนรุ่นพี่ที่เอกสารยังไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลอยู่ระหว่างกำลังจัดเตรียมเอกสารของผู้สมควรได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ เพื่อให้ได้รับการบรรจุในรุ่นต่อไป ซึ่งทั้งหมดจะต้องได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตามมติคณะรัฐมนตรีก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมศกนี้ แต่บางคนก็อาจมีอาการน้อยใจ และไม่มั่นใจ เพราะบางคนรอการบรรจุมานานนับสิบปี เมื่อมีโอกาส แต่ก็ยังไม่เห็นรายชื่อของตนเองได้รับบรรจุในรุ่นแรก