เขาให้เหตุผลมั้ยทำไมยอมเซ็นยินยอม?
รณณรงค์ : "เขาบอกทางโน้นขู่เขา อันนี้เป็นเหตุผลที่เขาอ้างกับหลวงพ่อ ว่าเขาถูกเอาเข้าเซฟเฮาส์ อ้างว่าทำเพื่อวัด วัดจะได้ไม่ถูกฟ้องร้อง แต่นั่นคือเหตุผลของคนที่ได้เงินไป 10 ล้าน แต่ถามว่าคนนอกอย่างพวกผม มองคดีนี้เป็นยังไง นักกฎหมายทั้งประเทศมองคดีนี้ว่าทำไมถึงได้ไปยอมกันแปลกๆ อาจารย์ได้ที่เขามา 10 ล้าน จะยอมคืนง่ายๆ มั้ย ทีนี้ในขั้นตอนของศาลมันเกิดอะไรขึ้นในการเจรจา ทำไมถึงยินยอม คนก็คิดว่าวันทนาได้สองเด้งหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไร ได้แต่คิด"
หมายถึงได้ 10 ล้านจากการขาย สองอาจมีคนคิดว่าเขาได้รับเงินจากคนที่ให้เขาเซ็น?
รณณรงค์ : "ใช่ครับ นี่คือสิ่งที่นักกฎหมายหลายคนคิด ได้จากวัด 10 ล้าน ได้จากคนที่เป็นเจ้าของที่ด้วยอีกก้อนนึงหรือเปล่า เลยยอมเซ็นง่ายๆ"
แต่บางคนบอกเขาเป็นคนนิสัยดีมากนะ เขาห่วงพระพยอมจะโดนฟ้องเลยต้องยอม?
รณณรงค์ : "เอาเงินมาคืนก่อนก็ได้นะ ถ้าพูดแบบนั้น"
ทนายพอจะรู้มั้ยภูมิหลังวันทนาเป็นยังไง?
รณณรงค์ : "อันนี้ผมไม่ทราบเลย แต่จากการได้เจอพระพยอมสัก 2 ครั้งทางรายการทีวี ผมก็ถามว่าทำไมท่านไม่ฟ้องวันทนา เอาเงิน 10 ล้านคืนมา ท่านบอกว่าสงสารเขา เขาก็เอาเงิน 10 ล้านแบ่งให้ลูกๆ ไปหมดแล้ว ไม่เหลือแล้ว ผมก็ห๊ะ ไม่เหลือเลยเหรอ"
ตัวเขาตอนนี้เป็นยังไง?
รณณรงค์ : "เห็นว่าล่าสุดป่วยติดเตียง ไม่รู้เวรกรรมหรือเปล่า ก็อย่าไปแช่งเขาเลยครับ เขาแค่เอาเงินวัดไป 10 ล้าน ให้เวรกรรมทำงาน"
คนในวัดรู้จักวันทนามั้ย?
ประไพ : "รู้จักครับ แกชอบมาทำบุญที่วัด วันพระวันอะไรก็มาใส่บาตร ทำบุญที่วัด"
ตอนที่วันทนาเอาที่ดินมาขาย รู้สึกยังไง?
ประไพ : "ดีใจนะ จะได้มีที่ให้คนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยได้อาศัยต่อ ช่วงแรกยังไม่เกิดเรื่องแกก็ยังมา"
พอมีเรื่อง?
ประไพ : "หายไปเลย"
เขามาขายเองหรือมีนายหน้ามาติดต่อ?
มานิต : "มีนายหน้ามาก่อน"
รณณรงค์ : "นายหน้าได้แค่เป็นคนเอามาขาย แต่แปลกใจว่านางวันทนาต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายระดับนึงนะ ชาวบ้านทั่วไปอยู่มา 10 ปีไม่เคยร้องครอบครองปรปักษ์ พอจะขายให้วัดสวนแก้วไปร้องครอบครองปรปักษ์ได้ แปลกมั้ย เธอมีทนายนะครับ ร้องครอบครองปรปักษ์ต้องผ่านทนายความขึ้นสู่ศาล ไม่ผ่านทนายความประชาชนยื่นเองไม่ได้ ทุกวันนี้ยังไม่เห็นหน้าเลยว่าทนายคนไหนดูแลให้ ไม่เคยโผล่มาเลย ก็ยังสงสัยว่าตอนครอบครองปรปักษ์ หลักฐานมันเป็นการเช่าจริงหรือเปล่า ตอนไปไกล่เกลี่ยเรื่องที่วัดที่คุณขายไปแล้ว 10 ล้านเนี่ยอะไรเป็นเหตุจูงใจให้คุณตัดสินใจต้องยอมความเขา" "ตอนไปร้องครอบครองปรปักษ์ตอนนั้นไม่ค่อยมีเงิน ทนายที่ไหนมาทำไม่ทราบ แต่ไม่ซับซ้อนอะไร ศาลก็สั่งให้ชนะคดี ตอนหลังมี 10 ล้านแล้ว ทำไมเจียดเงินสู้คดีไม่ได้ ทำไมไปยอม ได้จากวัดตั้ง 10 ล้าน"
ลองสันนิษฐานสิว่าตอนยินยอม เขาปรึกษาทนายหรือเปล่า?
รณณรงค์ : "ผมบอกเลยว่าคดีที่มีทนายความดูแล ต้องได้รับคำปรึกษาอยู่แล้ว แต่คดีนี้อภินิหารเยอะ พระพยอมท่านโดนอภินิหารเยอะมาก ซื้อของไปแล้ว เจ้าของเอาของคืน แต่คนซื้อไม่ได้เงินคืน ไม่เรียกอภินิหารให้เรียกว่าอะไร"
ตอนหลวงพ่อท่านรู้ว่าท่านโดนฟ้อง ท่านแสดงอาการยังไง?
มานิต : "ท่านก็บอกว่าาทำไมที่ที่ขายแล้ว ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงถูกยึดคืนไป ไม่ใช่ของเรา"
รณณรงค์ : "นี่โกรธแล้วเหรอ เบามากนะ (หัวเราะ)"
ประไพ : "ท่านบอกว่าที่เราไม่มีสิทธิ์อยู่ตรงนั้นแล้วนะ แต่บ้านที่เราปลูกอยู่ เราปลูกได้ แต่ที่นี่แพ้เขาแล้วนะ โฉนดเป็นของเขา แต่เราอาศัยอยู่ได้ เพราะเราอยู่ตรงนั้นมาก่อนที่คดีความจะชนะจะแพ้"
รณณรงค์ : "เฮ้อ น่าสงสาร คดีวันทนา ที่บอกว่าเป็นอภินิหาร ถ้าเป็นคดีอื่น ตั้งใจมาหลอกขายที่ดิน ทันทีที่ได้เงินจะกระจายเงินไปให้คนอื่นหมด จะไม่ถือไว้เอง แม้ตอนหลังจะมีคำสั่งศาลมาให้พิพากษา ให้ที่ดินกลับไปที่เจ้าของเดิม แล้วต้องคืนเงินก็ตาม ก็ฟ้องมาสิ ไม่มีเงินคืนก็ฟ้องมาสิ ก็ยอมติดคุก"
ถ้าเป็นเราเองคงคิดไม่เป็น?
รณณรงค์ : "ก็ถึงได้บอกว่าคนขายที่ให้พระพยอม ก็ไม่ได้โง่นะ สามารถกระจายทรัพย์สินเป็น คนทั่วไปได้เงินมา ส่วนใหญ่เก็บไว้เอง ไม่แบ่งใครหรอก แต่นี่ไม่เหลือเลย"
คดีเป็นแบบนี้ วันทนามีสิทธิ์ถูกฟ้องให้ติดคุกได้มั้ย?
รณณรงค์ : "ได้ยินว่าเขาติดคุกไปเรียบร้อยแล้ว เขาเบิกความเท็จต่อศาล เขาติดคุกและออกมาแล้ว แต่ประเด็นที่สำคัญคือที่พระพยอมตัดสินใจไม่ฟ้อง เพราะรู้อยู่แล้วว่าฟ้องก็ไม่ได้เงิน เลยพยายามไปเรียกทรัพย์คืนเอาจากเจ้าของที่ให้จ่ายกลับมาบ้าง เจ้าของที่ก็ไม่คืน ท่านก็เลยปลง"
ทำไมทายาทโผล่มาตอนนี้?
รณณรงค์ : "พอหลังจากทายาทไปร้องจัดการมรดก ถึงได้รู้ว่าเจ้ามรดกมีทรัพย์สินอยู่ตรงนี้ เลยใช้สิทธิ์ทางกฎหมายติดตามเอาทรัพย์มรดกคืน ซึ่งไม่มีอายุความ"
ไม่สงสารวัดบ้างเหรอ?
รณณรงค์ : "ตอนนั้นไม่รู้หรือเปล่าว่าขายวัดไปแล้ว ถ้าเขาทราบว่าขายวัดไปแล้ว น่าจะแจ้งให้วัดไปสู้คดีหน่อย"