เนชั่นทีวี

ข่าว

"ปธ.ฎีกา" เปิดโครงการ "ศาลยุติธรรมห่วงใยฝ่าภัยโควิด" ชวยลดภาระ ปชช.

15 มิ.ย. 2563 | somsakul_sai

"ปธ.ฎีกา" เปิดโครงการ "ศาลยุติธรรมห่วงใยฝ่าภัยโควิด" ชวยลดภาระ ปชช.

ประธานศาลฎีกา เปิดโครงการ "ศาลยุติธรรมห่วงใยฝ่าภัยโควิด" ผุด 4 โครงการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายคู่ความทั้งคดีอาญา-แพ่ง เปิดระบบไกล่เกลี่ยออนไลน์ ให้ความช่วยเหลือด้านคดีแรงงาน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น

วันนี้ (15 มิ.ย. 2563) ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักประธานศาลฎีกา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เปิดโครงการ"ศาลยุติธรรมห่วงใยฝ่าภัยโควิด "ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศเพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระของคู่ความและประชาชนผู้ใช้บริการศาลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ เดือดร้อนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการขาดรายได้ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ และยังเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดเชื้อ
โครงการศาลยุติธรรมห่วงใยฝ่าโควิด-19 แบ่งออกเป็น 4 โครงการย่อย โครงการที่ 1 การงดหรือลดภาระค่าใช้จ่ายของคู่ความในการดำเนินคดี มุ่งเน้นการงดหรือลดภาระค่าใช้จ่ายบางประเภทของคู่ความในการดำเนินคดี ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคู่ความในการดำเนินคดี และเพิ่มการให้บริการของศาลยุติธรรมตลอด จนนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของศาลเช่นลดค่าใช้จ่ายในการส่งคำคู่ความคดีบางประเภทคืนค่าขึ้นศาลเป็นกรณีพิเศษเมื่อพิพากษาตามยอมส่งสำเนาคำพิพากษาคดีฟรีถึงบ้านนัดเหลื่อมเวลาเพื่อลดการใช้เวลาในศาลบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และจุดรับบริการ Drive Thru รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีแทนการเดินทางมาศาล

โครงการที่ 2 "การพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยออนไลน์ในศาลยุติธรรม" มุ่งส่งเสริมให้คู่ความร่วมหาวิธีการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ทุกฝ่ายยอมรับและสามารถปฏิบัติได้จริงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้น โดยผสมผสานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อกลางในกระบวนการไกล่เกลี่ยที่จะทำให้คู่ความสามารถเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยได้โดยไม่เกิดภาระการเดินทางมาศาลในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสดังกล่าว แต่ยังสามารถคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในกระบวนการการระงับข้อพิพาททางเลือกผ่านการจัดโครงการ" ไกล่เกลี่ยจากบ้านหรือ Mediation from Home" ในศาลทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดทำเพจโครงการเพื่อเป็นสื่อกลางประสานความร่วมมือและความเข้าใจแก่คู่ความที่ประสงค์จะใช้บริการการไกล่เกลี่ยออนไลน์ด้วย
โครงการที่ 3 "คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น" มุ่งให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยคำนึงถึงเหยื่ออาชญากรรมและความสงบสุขของสังคม เน้นการฟื้นฟูหรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก เช่น การส่งเสริมให้ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้เหมาะสมการใช้มาตรการรอการกำหนดโทษและมาตรการในการทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้เพื่อลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น รวมทั้งการใช้ดุลพินิจในการกำหนดเงื่อนไขในการเยียวยาผู้เสียหายตามที่เห็นสมควร

" โครงการที่ 4 การพัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนด้านแรงงาน" มุ่งเน้นการให้ข้อมูลและให้บริการประชาชนในเชิงรุกเกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เช่น การจัดทำ"ศาลแรงงานเคลื่อนที่" เปิดศูนย์ให้คำปรึกษา" คลินิกศาลแรงงานร่วมใจวิถีใหม่-สู้ภัยโควิด" และบริการ" Labour Court: Online For You" ในศาลแรงงานทั่วประเทศมุ่งเน้นการให้บริการประชาชนเชิงรุกเพื่อลดการเดินทางของคู่ความ รวมทั้งการให้ข้อมูลประชาชนเพื่อให้เข้าใจสิทธิและสวัสดิการของตนตามที่กฎหมายแรงงานที่กำหนดไว้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและคู่ความที่ขาดรายได้หรือถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์ในปัจจุบัน
โดยศาลยุติธรรมทั่วประเทศจะเริ่มดำเนินการตามโครงการ "ศาลยุติธรรมห่วงใยฝ่าภัยโควิด" ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้

ข่าวล่าสุด