โดยสถาบันการเงินต่างๆ ได้ออกมาปรับตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยใหม่ เช่น บลจ. ภัทร คาดว่าจะติดลบ 9% ธนาคารCINB คาดว่าจะติดลบ 8.9% ธนาคารกรุงไทย คาดว่าจะหดตัว 8.8% และในไตรมาส 2 มีโอกาสขยายตัวติดลบถึง 14%
ขณะที่รายได้จากท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปกว่า 1.57 ล้านล้านบาท. ปริมาณการค้าโลกอาจหดตัวถึง 10-30% ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศมีสัดส่วนถึง 37% ของมูลราคายอดขายในอุตสาหกรรมไทย
แปลว่าสภาพเศรษฐกิจจากนี้จะสาหัสมากขึ้น เงินกู้ 1 ล้านล้านจึงเป็นเสมือน น้ำมันถังสุดท้ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ถ้ารัฐบาลไม่สามารถใช้เงินกู้ก้อนนี้สตาร์ทเครื่องยนต์ประเทศไทยให้ติดได้ เศรษฐกิจไทยจะทรุดหนัก พี่น้องชาวไทยจะทุกข์ยากอีกยาวนาน
สิ่งที่นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีควรทำอย่างเร่งด่วนคือ การกำหนดทิศทางการใช้เงินกู้ โดยเฉพาะก้อน 400,000 ล้าน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้มีประสิทธิภาพต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง คือทำให้เกิดการจ้างงานและก่อให้เกิดรายได้ใหม่ในพื้นที่
โดยเฉพาะการใส่เม็ดเงินลงไปเพื่อ
1) เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำเร่งด่วน