นายจุติ กล่าวด้วยว่าเราพร้อมดูแลพี่น้องประชาชน โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อเราเจอกลุ่มเปราะบาง กระทรวง พม. พร้อมเข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้ได้ย้ายมายังที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีความสุข และมีสุขอนามัยที่ดี ทั้งหมดนี้เราทุกคนตั้งใจทำงานถวายแด่ องค์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงมีพระดำรัสแก่นายกรัฐมนตรี ที่ไม่อยากให้ประชาชนลำบาก
ซึ่งกระทรวง พม.ตั้งใจทำงานเต็มที่โดยเราจะพยายามย้ายกลุ่มเปราะบางในชุมชนซึ่งเป็นคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย(หูหนวก) เข้ามาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ตนต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันทำให้งานนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีเป็นเพียงก้าวแรกและเราจะทำก้าวต่อๆ ไป ขณะนี้ กระทรวง พม.ได้เตรียมในเรื่องของสวัสดิการสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบางที่มีความยาลำบากโดยของบประมาณช่วยเหลือ พราะปัญหาของประชาชนนั้น รอไม่ได้
นายจุติ กล่าวอีกว่า สำหรับ 10 ครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่นั้น พวกเขามีความสุขและดีใจมาก นั่นคือสิ่งตอบแทนของข้าราชการที่ตั้งใจทำงานและได้เห็นความสำเร็จแต่เราจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เพราะการแก้ปัญหาของประชาชนจะต้องทำให้เร็วที่สุดเราจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทยกระทรวงแรงงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุขกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นต้น ทั้งหมดนี้จะเป็นการร่วมกันสร้างอาชีพและทักษะใหม่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (NewNormal) หลังภาวะวิกฤติโรคโควิด-19ส่วนครอบครัวที่เหลือที่ยังไม่ย้ายมาทางกลุ่มที่ย้ายมาแล้วจะได้ชักชวนให้มาอยู่ด้วยกันโดยตนอยากจะทำให้เป็นชุมชนต้นแบบ อีกทั้งมีนายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยได้มาร่วมอธิบายและชักชวนให้มาอยู่ด้วยกัน นับว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระทรวงพม. ในการดูแลกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ