"นิพนธ์ฯ"ลุยน้ำเสีย-หาดเก้าเส้ง
14 มิ.ย. 2563 | jiradej

"นิพนธ์ฯ" นำทัพ "องค์การจัดการน้ำเสีย" ลุยตรวจพื้นที่ "คลองสำโรง-หาดเก้าเส้ง" จังหวัดสงขลา เร่งติดตามแก้ไขปัญหาน้ำเสีย หวัง ฟื้นฟูคืนสภาพสิ่งแวดล้อมโดยเร็ว
ข่าว
14 มิ.ย. 2563 | jiradej

"นิพนธ์ฯ" นำทัพ "องค์การจัดการน้ำเสีย" ลุยตรวจพื้นที่ "คลองสำโรง-หาดเก้าเส้ง" จังหวัดสงขลา เร่งติดตามแก้ไขปัญหาน้ำเสีย หวัง ฟื้นฟูคืนสภาพสิ่งแวดล้อมโดยเร็ว
ทั้งนี้ หลังจากที่สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้นำรถแบคโฮคอยาวมาทำการขุดลอกขยายปากร่องน้ำคลองสำโรงให้กว้างขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วยังได้ทำการปรับภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณชายหาดคลองสำโรงดังกล่าวเพื่อปรับทัศนียภาพความสวยงามของปากคลองสำโรง อีกด้วย
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. กล่าวว่า "คลองสำโรงเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างเทศบาลนครสงขลากับเทศบาลเมืองเขารูปช้าง เป็นเส้นทางสัญจรมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว และเชื่อมระหว่างทะเลอ่าวไทยกับทะเลสาบสงขลา ทำให้ซึ่งคลองสำโรงนี้มีความเป็นมายาวนานคู่กับประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
ซึ่งเดิมเราใช้เส้นคลองสายนี้ เป็นเส้นทางการค้าขาย หรือการเข้ามาของเรือสำเภา โดยก่อนหน้านี้คลองสำโรงเป็นคลองที่เรียกว่าเป็นทั้งเส้นทางท่องเที่ยว เมื่อชุมชนมีมากขึ้น เส้นทางแห่งนี้ก็เริ่มมีปัญหาในเขตชุมชนหนาแน่นขึ้น จึงต้องมีการวางแผนเรื่องการบำบัดน้ำเสีย โดยน้ำที่ใช้แล้วเมื่อก่อนไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ฉะนั้น เมื่อบ้านเรือนหนาแน่นมากขึ้น ก็เป็นเหตุให้น้ำเสียไหลลงสู่คลองสำโรงมากขึ้น ประกอบกับฤดูกาลของต้นน้ำตื้นเขิน เมื่อมีลมมรสุมพัดเข้ามาก็จะเอาทรายมาปิดปากร่องน้ำ
จึงต้องขอขอบคุณองค์การจัดการน้ำเสียที่ได้มาสำรวจออกแบบและทราบว่าในปี พ.ศ. 2564 ก็จะมีงบประมาณก้อนแรกเข้ามาดูแลในการที่จะรวบรวมน้ำเสียฝั่งเขตเทศบาลนครสงขลาก่อน ในการที่จะรวบรวมเข้าท่อบำบัดจะไม่ให้ปล่อยลงไปในคลองสำโรง แต่ว่าส่วนหนึ่งบ้านที่อยู่ริมคลองจะเป็นปัญหาอุปสรรคอยู่ จึงต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งคลองให้ช่วยกันดูแลระบบนิเวศช่วยกันดูแลการจัดการน้ำเสียครัวเรือน
จนทำให้น้ำไม่สามารถเข้ามา ระบายหรือถ่ายเทได้ จึงทำให้เกิดน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรามีน้ำเสียมากขึ้น ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูคลองสำโรง ให้กับมาเป็นน้ำใสให้ได้ จึงต้องมาดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนมากขึ้น ผมจึงมอบนโยบายให้กับองค์การกำจัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย มาทำการศึกษาออกแบบสำรวจตลอดเส้นทางในคลองสำโรงทั้งหมด ว่ามีมาตรการอย่างไรบ้างในการทำให้คลองสำโรงมีคุณภาพน้ำที่ดีและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเมืองสงขลาและเขารูปช้างในเบื้องต้น
ส่วนไหนที่จะทำให้น้ำเคลื่อนตัวได้ ก็จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำ ส่วนไหนที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ก็จะทำให้เกิดน้ำเสีย นานไปเข้าก็จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน จึงอยากจะโอกาสเชิญชวนพี่น้องใครมีมาตรการหรือจุลินทรีย์อันใดที่ช่วยกำจัดน้ำเสียได้ ก็อยากให้ช่วยกันดูแลน้ำเสียในบริเวณชุมชนของแต่ละคน ที่สำคัญไม่ว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ในการที่จะดูแลระบบน้ำเสีย ถ้าพี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งคลอง ไม่ให้ความร่วมมือ ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ จึงถือโอกาสนี้ขอความร่วมมือและช่วยกันดูแลให้คลองสำโรงแห่งนี้เป็นคลองน้ำใสให้ได้"
ขณะที่ นายชีระ วงศบูรณะผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย กล่าวเสริมว่า"แผนแม่บททั้งหมดที่เทศบาลนครสงขลามีอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่จะหางบประมาณมาล้างท่อน้ำเสียซึ่งท่านรัฐมนตรีก็มองเห็นภาพรวมทั้งหมดแล้ว ยังเหลือก็แต่ขั้นตอนปฏิบัติและความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งก็จะเริ่มใน 2564 ส่วนการก่อสร้างส่วนเพิ่มเติม เพราะมีบางส่วนที่ท่อน้ำเสียไหลลงคลองสำโรงซึ่งเราก็จะไม่ทำให้น้ำเสียไหลลงคลองสำโรง การล้างท่อยังต้องใช้ระยะเวลาทำเพราะจะคิดในเรื่องของงบประมาณในการล้างแต่ก็จะพยายามและช่วงนี้ก็อยู่ในจังหวะที่พอดีเราได้รับคำแนะนำจากท่านนายกสมศักดิ์ว่าเราควรจะมาทำความสะอาดกันสักครั้งหนึ่ง ส่วนนักวิชาการทั้งสองท่านก็มีข้อมูลซึ่งก็จะนำข้อมูลมาสู่การปฏิบัติ และก็ได้มีการศึกษามาแล้วก็จะได้นำมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน "
นอกจากนี้ ดร.วิทูลหนูยิ้มซ้าย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ได้นำอุปกรณ์ เครื่องตรวจวัดน้ำ มาทำการตรวจวัดน้ำในบริเวณปากคลองสำโรง พบว่า จากการเปิดปากน้ำให้น้ำทะเลไหลเข้ามา ทำให้ค่าอ๊อกซิเจนในน้ำมีปริมาณที่มากกว่าที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งจะทำให้สัตว์น้ำสามารถอยู่ได้ พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ ยังได้นำจุรินทรีย์ มาหย่อนลงในคลองสำโรง เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสียและส่งกลิ่นเหม็น ในการแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อน อันเนื่องจากน้ำเน่าเสีย ให้แก่พี่น้องประชาชนตลอดคลองสำโรง