ในความผิด 123 กระทง ฐานร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ ในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ฐานหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จกับฐานหลอกลวงผู้อื่นโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนมีอัตราโทษเท่ากัน
นายสามารถ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงลงโทษฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรกประกอบมาตรา 341, 83 จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดรวม 723 กระทง ให้จำคุกจำเลยที่ 2, 3 ทุกกระทง กระทงละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 1,446 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ปรับกระทงละ 5,000 บาท รวมปรับ 3,615,000 บาท แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(2) ลงโทษคนละ 20 ปี นั่นคือกฎหมายไม่สามารถลงโทษเป็นหลัก 1,000 ปีได้ซึ่งในอดีตคดีแชร์แม่ชะม้อยศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกแม่ชะม้อย 150,005 ปีแต่ติดจริงเพียง 7ปี11เดือน 5 วันดังนั้นเราจะพบว่าคดีประเภทนี้จะจำคุกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นสะท้อนว่ากฎหมายของประเทศไทยต้องมีการพัฒนาให้ทันกับยุคสมัยเพราะปัจจุบันประชาชนการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมิจฉาชีพเองไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ
.
.
.